‘ภูมิธรรม’ ประชุมติดตามภารกิจมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐถึงรากฐาน มุ่งปราบยาเสพติด–ดูแลความปลอดภัยชายแดน ด้าน ‘ธีรรัตน์’ ย้ำ “มหาดไทยยุคใหม่” พร้อมเดินไปกับรัฐบาลแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 68
โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ปรึกษาและคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมรับฟังผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)
นายภูมิธรรม กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญและเป็นที่คาดหวังอย่างยิ่งของประชาชน นับเป็นหน่วยงานหลักสำคัญที่เปรียบเสมือนหัวใจของรัฐบาล ในการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีภารกิจที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ ทั้งงานด้านบริการประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี หรือการป้องกันภัยพิบัติ เป็นต้น ซึ่งชาวมหาดไทยทุกคนได้ขับเคลื่อนงานอย่างเข้มแข็งมาโดยตลอด

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่มีกลไกสมบูรณ์ที่สุด และมีความพร้อมที่สุดในการที่จะสื่อสารนโยบายจากระดับประเทศไปจนถึงระดับผู้ปฏิบัติการ รวมถึงสู่พี่น้องประชาชนที่เป็นฐานรากของสังคม จึงมีหน้าที่ที่สำคัญในการนำนโยบายตามหน้าที่ที่รัฐบาลมอบหมายไปปฏิบัติให้ลงสุดถึงรากฐานและเกิดผลสำเร็จ ซึ่งตนเชื่อมั่นในศักยภาพของคนมหาดไทย ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ ที่มีอำนาจหน้าที่ที่สามารถทำได้
นายภูมิธรรมยังกล่าวถึง การแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ โดยเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอหรือผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทุกท่านรับรู้ถึงปัญหา เพราะขณะนี้ปัญหายาเสพติดมีระดับของปัญหาเท่ากับปัญหาด้านเศรษฐกิจ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยลงไป X-ray ให้ถึงจุดพื้นฐาน แล้วดำเนินการอย่างเข้มข้น เพราะบทบาทหลักสำคัญในการดำเนินการในพื้นที่อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยที่ปัจจุบันรัฐบาลได้ขับเคลื่อนโครงการปราบปรามยาเสพติด ตามมาตรการ “Seal Stop Safe” ร่วมกับ 14 จังหวัด 51 อำเภอ 76 สถานีตำรวจ ที่เข้มข้นเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นด่านแรกในการที่จะสกัดยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในประเทศ

“ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ทำลายชีวิตรากฐานของคนในสังคม เราต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้ยาเสพติดมาบั่นทอนประเทศนี้ และต้องทำให้ได้ รวมไปถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยต้องยืนอยู่ในหลักการที่ว่า เรารักษาสันติ เราต้องการเห็นการประชุมทวิภาคีที่แก้ปัญหา โดยสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยต้องทำ คือ การป้องกันชีวิตของประชาชนบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะ 7 จังหวัดพื้นที่ชายแดนติดต่อกับกัมพูชา จึงฝากผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สร้างความเข้าใจและดูแลระมัดระวังให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความปลอดภัยด้วย” นายภูมิธรรม เน้นย้ำ
ด้าน นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีภารกิจที่หลากหลายและใกล้ชิดกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง การพัฒนาเมืองและท้องถิ่น การรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนการรับมือกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ การปฏิบัติภารกิจเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน
ที่ผ่านมา ตนมีโอกาสทำงานร่วมกับชาวมหาดไทยทุกท่าน รู้สึกมีความอบอุ่นใจ ทำงานกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วมน้ำหลาก ทุกคนต่างร่วมไม้ร่วมมือสนับสนุนการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทำให้ประสบความสำเร็จได้ด้วยดี ขอชื่นชมการทำงานในลักษณะที่เป็น ‘มหาดไทยที่เป็นหนึ่งเดียว’ และหวังว่าในโอกาสต่อจากนี้ เราจะร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน ดั่งที่ถูกตั้งความหวังว่าเราจะเป็นองคาพยพใหญ่ที่ทำให้ประเทศของเรานั้นมีความสงบสุข มีความสามัคคี รวมไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม
“ชาวมหาดไทยมีเป้าประสงค์เดียวกัน คือ ‘มหาดไทยยุคใหม่’ ที่พร้อมเดินไปด้วยกันกับรัฐบาลแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน และมั่นใจว่าประสิทธิภาพและความสามารถของทุกคนจะทำให้เราได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุด ขอให้ชาวมหาดไทยทุกคนมีกำลังใจที่ดีแล้วก้าวเดินต่อไปด้วยกันด้วยความมั่นใจ เราจะทำให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง จะไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เดินไปด้วยกันด้วยความเข้มแข็งตลอดไป” นางสาวธีรรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย


