หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความงดงามของธรรมชาติ และอยากสัมผัสประสบการณ์อันตื่นตาตื่นใจของ แสงออโรร่า (Northern Lights) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ แสงเหนือ เราขอแนะนำ ทัวร์แสงเหนือ จาก Travelzeed ที่จะพาคุณเดินทางไปยังจุดหมายที่ดีที่สุดทั่วโลกในการชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งนี้
แสงเหนือ แสงใต้ มีที่ไหนบ้าง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความงดงามของธรรมชาติและอยากสัมผัสกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ตื่นตาตื่นใจ แสงเหนือ (Northern Lights) และ แสงใต้ (Southern Lights) คือหนึ่งในประสบการณ์ที่ต้องไม่พลาด! วันนี้เราจะพาคุณไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ที่คุณสามารถไปชมแสงเหนือและแสงใต้ในโลกนี้ได้!
แสงเหนือ (Northern Lights)
แสงเหนือ หรือ Aurora Borealis เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการชนกันระหว่างอนุภาคที่มาจากดวงอาทิตย์กับชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งทำให้เกิดแสงสว่างที่สวยงามเหนือท้องฟ้า โดยสามารถพบได้ในเขตที่อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ ได้แก่:
- นอร์เวย์ (Norway) – Tromsø ตั้งอยู่ในเขตที่มีอัตราการเกิดแสงเหนือสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะในช่วง ฤดูหนาว (ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนเมษายน) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมแสงเหนือ เพราะในช่วงนี้ ท้องฟ้ามืดสนิทและปราศจากมลพิษทางแสงจากเมืองใหญ่
- ฟินแลนด์ (Finland) – Rovaniemi หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Rovaniemi เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวคือการเป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านซานตาคลอส (Santa Claus Village) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ ขั้วโลกเหนือ คุณสามารถมาเยี่ยมซานตาคลอสและเดินทางผ่านเส้นขอบเขตขั้วโลกเหนือได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมายที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาส เช่น การขี่สโนว์โมบิล การทำกิจกรรมหิมะต่างๆ และการไปเยือน สำนักงานซานตาคลอส ที่นักท่องเที่ยวสามารถส่งจดหมายถึงซานตาคลอสและถ่ายรูปกับซานตาคลอสได้อีกด้วย
- ไอซ์แลนด์ (Iceland) – หากคุณเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสกับปรากฏการณ์ที่งดงามและตื่นตาตื่นใจของ แสงเหนือ (Aurora Borealis) ไอซ์แลนด์ (Iceland) คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด! ประเทศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามและทิวทัศน์ที่น่าทึ่งแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ เพราะคุณสามารถเห็นแสงเหนือได้ง่ายๆ ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในช่วง ฤดูหนาว (ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนมีนาคม) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนืออย่างชัดเจนและงดงามที่สุด
- สวีเดน (Sweden) – Abisko National Park เป็นหนึ่งในจุดที่ดีที่สุดสำหรับการชมแสงเหนือในสวีเดน เนื่องจากทำเลที่ตั้งที่มีความพิเศษและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเห็นแสงเหนืออย่างชัดเจนและสวยงาม ที่ตั้งที่เหมาะสม Abisko National Park ตั้งอยู่เหนือวงกลมอาร์กติกในเขตที่แสงเหนือปรากฏอย่างชัดเจนที่สุดในโลก ท้องฟ้าที่มืดและปราศจากมลพิษจากแสงสว่างของเมืองทำให้การชมแสงเหนือที่นี่เป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ
แสงใต้ (Southern Lights)
แสงใต้ หรือ Aurora Australis เกิดขึ้นในซีกโลกใต้ และสามารถชมได้ในบริเวณที่อยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ ได้แก่:
- ทวีปแอนตาร์กติกา (Antarctica) – นี่คือสถานที่ที่สามารถชมแสงใต้ได้ดีที่สุด เนื่องจากที่นี่เป็นขั้วโลกใต้ที่มีท้องฟ้ามืดและไม่มีมลพิษทางแสง ซึ่งตั้งอยู่ในขั้วโลกใต้ที่ห่างไกลและเกือบไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่ นี่คือสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงใต้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนใคร
- นิวซีแลนด์ (New Zealand) – Stewart Island และ Otago Peninsula เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการชมแสงใต้ในนิวซีแลนด์ เนื่องจากไม่มีมลพิษทางแสงจากเมืองใหญ่และมีท้องฟ้าที่มืดมิด ทำให้การชมแสงใต้ที่นี่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและไม่ถูกรบกวนจากแสงไฟ
- ออสเตรเลีย (Australia) – Tasmania เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถไปชมแสงใต้ได้ โดยเฉพาะในฤดูหนาว เนื่องจาก Tasmania ตั้งอยู่ห่างจากเมืองใหญ่ ทำให้ไม่มีมลพิษจากแสงไฟเมืองที่จะรบกวนการชมแสงใต้ ท้องฟ้าที่นี่มักจะมืดและไร้แสงจากไฟเมือง ทำให้สามารถเห็นแสงใต้ได้อย่างชัดเจนและมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น
การเตรียมตัวก่อนไปล่าแสงเหนือ
การชม แสงเหนือ หรือ Aurora Borealis เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดที่นักท่องเที่ยวหลายคนฝันอยากสัมผัสสักครั้งในชีวิต แต่การจะได้เห็นแสงเหนือไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมันต้องอาศัยทั้งโชคและการเตรียมตัวที่ดีเพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่งนี้ ในการเตรียมตัวไปล่าแสงเหนือ คุณต้องคำนึงถึงหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสถานที่ที่เหมาะสม ช่วงเวลาในการเดินทาง อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม และการตรวจสอบสภาพอากาศ
1. เลือกสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ
สถานที่ที่คุณไปก็มีผลต่อการเห็นแสงเหนือเป็นอย่างมาก ปรากฏการณ์แสงเหนือเกิดขึ้นในบริเวณที่อยู่ใกล้กับ ขั้วโลกเหนือ ซึ่งแสดงให้เห็นได้ดีที่สุดใน วงกลมอาร์กติก ดังนั้นการเลือกสถานที่ชมแสงเหนือที่ใกล้ขั้วโลกเหนือจะเพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือได้มากขึ้น สถานที่ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับการชมแสงเหนือ ได้แก่:
- นอร์เวย์ (Tromsø)
- ฟินแลนด์ (Rovaniemi)
- ไอซ์แลนด์ (Reykjavik และบริเวณอื่นๆ)
- สวีเดน (Abisko)
- รัสเซีย (Murmansk)
- ออสเตรเลีย (Australia)
2. เลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุด
การเห็นแสงเหนือขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศ และ ช่วงเวลาในปี โดยทั่วไปแสงเหนือจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดในช่วง ฤดูหนาว (ประมาณเดือน กันยายนถึงมีนาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่มีคืนยาวและท้องฟ้ามืดมากที่สุดในปี อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือจะอยู่ในช่วงเดือน ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงที่แสงเหนือมีความถี่สูงที่สุด
- ฤดูหนาว ในพื้นที่ที่ใกล้ขั้วโลกเหนือมักมีท้องฟ้าที่มืดสนิทและเย็นมาก ช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีในการชมแสงเหนือ
- ช่วงเวลาแห่งการหามุมที่ดี: ช่วงที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือคือตอนกลางคืนระหว่างเวลา 21:00 – 02:00 น. เพราะในช่วงนี้ปรากฏการณ์แสงเหนือจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุด

3. ตรวจสอบสภาพอากาศ
ก่อนการเดินทางเพื่อชมแสงเหนือ ควรเช็คสภาพอากาศล่วงหน้าเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เจอเมฆหรือฝนที่อาจจะทำให้คุณไม่สามารถเห็นแสงเหนือได้ แสงเหนือจะมองเห็นได้ดีที่สุดในวันที่ท้องฟ้า โปร่งใส และไม่มีเมฆหรือหมอกบัง บางเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชันจะมีการรายงานสภาพอากาศและการคาดการณ์แสงเหนือให้คุณได้ตรวจสอบ
- Aurora Forecast: เป็นแอพหรือเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณรู้ล่วงหน้าว่าแสงเหนือมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไหน
- ดูการทำนายความเข้มของแสงเหนือ: แสงเหนือสามารถคาดเดาได้โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่คอยตรวจจับอนุภาคที่มาจากดวงอาทิตย์
4. เตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสม
การเดินทางไปชมแสงเหนือในพื้นที่ที่หนาวเย็นจะต้องเตรียมอุปกรณ์และเสื้อผ้าให้เหมาะสม เพื่อให้คุณสามารถใช้เวลาอยู่กลางอากาศหนาวเย็นได้นานโดยไม่รู้สึกไม่สบาย อุปกรณ์ที่ควรเตรียม ได้แก่:
- เสื้อผ้ากันหนาว: ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีการเก็บความร้อนที่ดี เช่น เสื้อผ้าหนา ๆ กางเกงขนสัตว์ ถุงมือ ถุงเท้าหน้า และหมวกกันหนาว
- รองเท้ากันน้ำ: เนื่องจากบางพื้นที่อาจมีหิมะหรือน้ำแข็ง การสวมรองเท้าที่กันน้ำได้จะทำให้คุณสามารถเดินทางได้สะดวก
- กล้องถ่ายภาพ: หากคุณต้องการถ่ายภาพแสงเหนือ ควรเตรียมกล้องถ่ายภาพที่สามารถตั้งค่าเป็นโหมด Manual ได้และมีการตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำ เช่น 10-15 วินาที พร้อมขาตั้งกล้อง (Tripod) เพื่อให้การถ่ายภาพมีความเสถียร
- แบตเตอรี่สำรอง: ในอุณหภูมิที่ต่ำ แบตเตอรี่กล้องและโทรศัพท์มักจะหมดเร็ว ดังนั้นควรเตรียมแบตเตอรี่สำรองหรือ Power Bank ไว้สำหรับการใช้งานระยะยาว
5. วางแผนการเดินทางอย่างละเอียด
การเดินทางไปชมแสงเหนือในบางประเทศอาจต้องใช้เวลาและความพยายามในการเดินทาง การเลือกที่พักและการเดินทางไปยังสถานที่ชมแสงเหนือที่ดีที่สุดก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรจองทัวร์ชมแสงเหนือจากไกด์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะพวกเขาจะพาคุณไปยังจุดที่เหมาะสมและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
- จองทัวร์ล่วงหน้า: หลายพื้นที่ที่มีชื่อเสียงในการชมแสงเหนือ เช่น ไอซ์แลนด์และนอร์เวย์ จะมีทัวร์ที่พาคุณไปยังจุดที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ
- ตรวจสอบความปลอดภัย: เนื่องจากการเดินทางไปชมแสงเหนือมักจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ควรตรวจสอบข้อมูลการเดินทางให้แน่ชัดว่าเส้นทางปลอดภัยและสะดวกสบาย
6. ความอดทนและความโชคดี
สุดท้าย การชมแสงเหนือไม่สามารถรับประกันได้ 100% คุณต้องมีความอดทนและยินดีที่จะใช้เวลารอคอยการปรากฏตัวของแสงเหนือ ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลานาน แสงเหนือเกิดขึ้นตามธรรมชาติและไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้น การวางแผนและความโชคดีจะช่วยให้คุณได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งนี้
แนะนำทัวร์แสงเหนือ จาก Travelzeed
Travelzeed รวบรวมทัวร์ล่าแสงเหนือจากหลากหลายประเทศที่มีชื่อเสียง เช่น นอร์เวย์, ฟินแลนด์, สวีเดน, ไอซ์แลนด์ และรัสเซีย ทัวร์แต่ละโปรแกรมได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการชมแสงเหนือ
1. ทัวร์รัสเซีย มูร์มันสค์ ตามล่าแสงเหนือ พัก Igloo 1 คืน
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและธรรมชาติที่สวยงาม การ ล่าแสงเหนือ ที่ หมู่บ้าน Teriberka คือคำตอบที่ไม่ควรพลาด! การเดินทางครั้งนี้จะพาคุณไปยังสถานที่ที่ห่างไกลและเต็มไปด้วยเสน่ห์ เช่น Ship Graveyard ที่มีซากเรือเก่าแก่ท่ามกลางทัศนียภาพที่น่าทึ่ง และ น้ำตก Battery ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติที่ควรชมสักครั้งในชีวิต
คุณจะได้สัมผัสกับ ชายหาดหินมังกร ที่มีรูปทรงหินที่แปลกตา และเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ เช่น การขี่สุนัขลากเลื่อน, การ ให้อาหารกวางเรนเดียร์ และ ลากเลื่อนด้วยกวางเรนเดียร์ ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอาร์กติก
นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชม Husky Park Lesnaya Elan และสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาว Saami ที่เป็นชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาอย่างยาวนาน ช่วยให้คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
ทริปนี้ยังรวมถึง ซิตี้ทัวร์ในเมืองมูร์มันสค์ และ มอสโคว ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และความงามของสถาปัตยกรรม พร้อมทั้งไปช้อปปิ้งที่ตลาด GUM ซึ่งเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงในมอสโคว
ราคาเริ่มต้น: 84,900 บาท

2. ทัวร์สแกนดิเนเวีย สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก เที่ยวชมหมู่บ้านชาวประมงนัสฟยอร์ด โลโฟเทน ล่าแสงเหนือ
ทริปนี้จะพาคุณไปที่ สโวลวาร์ ซึ่งเป็นเมืองท่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ธรรมชาติ ก่อนจะไปเยือน พิพิธภัณฑ์ไวกิ้งโลโฟเทอร์ พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลโฟเทน ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนชาตินอร์ส ต่อจากนั้น เราจะไปเยือน หมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ ที่มีบ้านไม้สีแดงสุดน่ารัก ก่อนที่จะไปเที่ยว เลคเนส ซึ่งเป็นอีกหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของธรรมชาติ
ระหว่างทาง เราจะได้ไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงในนอร์เวย์ พร้อมทั้งเดินทางไปชม หมู่บ้านเรนเน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ ต่อด้วย หมู่บ้านฮัมนอย, หมู่บ้านซากริซอย, และ หมู่บ้านสแตมซุนด์ ที่เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์อันงดงาม
หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ การล่องเรือซาฟารีจับปูสีน้ำตาล และลิ้มรสความสดใหม่ของปูที่จับได้ในทะเล พร้อมทั้งสนุกสนานไปกับการเยี่ยมชม โคเปนเฮเก้น, ที่มี ปราสาทโรเซนบอร์ก ที่สวยงาม, รูปปั้นลิตเติ้ลเมอร์เมด ที่โด่งดัง, น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน, และ พระราชวังอมาเลียนบอร์ก ซึ่งเป็นที่ประทับของราชวงศ์เดนมาร์ก
สิ่งที่พิเศษสุดคือการได้ ตามล่าแสงเหนือ ใน หมู่บ้านโลโฟเทน หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติและความงดงามที่ไม่เหมือนใคร
ราคาเริ่มต้น: 135,000 บาท
3. ทัวร์ออสเตรเลีย ซิดนีย์ โฮบาร์ต ภูเขาเวลลิงตัน ตามล่าหาแสงใต้ เกาะทัสมาเนีย
เริ่มต้นการเดินทางด้วยการ ชมเมืองโฮบาร์ต ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจและประวัติศาสตร์, เดินทางขึ้น ภูเขาเวลลิงตัน เพื่อชมวิวอันงดงามของเมือง, และสำรวจ ย่านแบตเตอรี่พอยท์ ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สำคัญ. แล้วพบกับ สวนสัตว์ธรรมชาติแทสมาเนียน เดวิล อันซู, สถานที่ที่คุณจะได้เห็นสัตว์หายากในแทสเมเนีย.
เดินทางสู่ แหล่งประวัติศาสตร์พอร์ต อาร์เทอร์ และ ล่องเรือพอร์ตอาร์เทอร์ เพื่อสัมผัสประสบการณ์แห่งอดีตในท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงาม. จากนั้นเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติเฟรซิเนท์, เยือน อ่าวไวน์กลาส ที่มีทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ, และไปที่ ประภาคารเคปทัวร์วิลล์ ที่มีทัศนียภาพสุดงดงาม. นอกจากนี้ยังได้ ชมการจับตานกเพนกวิน ที่น่ารักที่ชายหาดของแทสเมเนีย.
เดินทางไปที่ เมืองลอนเชสตั้น, ชม แคทเทอะแรค จอร์จ และ เก้าอี้ลอยฟ้า (Gorge Scenic Chair Lift) ที่จะให้คุณสัมผัสทิวทัศน์จากที่สูง, ต่อด้วยการเยี่ยมชม ร้านชีสแอชโกรฟ และชมความงามของ อุทยานแห่งชาติภูเขาเครเดิล และตามล่า แสงใต้ Aurora Australis ในทริปนี้
ราคาเริ่มต้น: 175,000 บาท
4. ทัวร์แกรนด์ ไอซ์แลนด์ มหัศจรรย์ ตามล่าแสงเหนือ ดินแดนแห่งธรรมชาติ
เริ่มต้นการผจญภัยของคุณที่ เฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ ก่อนจะเดินทางไปยัง ท่าอากาศยานเคฟวาวิก ในไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสำรวจธรรมชาติอันน่าทึ่งของประเทศนี้
ทริปนี้จะพาคุณไปที่ อุทยานแห่งชาติวิงเควลลิร์ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีทิวทัศน์อันงดงาม และ น้ำพุร้อนไกเซอร์ ที่มีการพุ่งน้ำร้อนอย่างน่าทึ่ง ต่อด้วยการเยี่ยมชม น้ำตกกุลล์ฟอส, หนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดในไอซ์แลนด์
เดินทางไปที่ วิก ซึ่งเป็นหมู่บ้านริมชายฝั่งที่มีทิวทัศน์ของทะเลและภูเขาที่งดงาม จากนั้นจะได้เข้าไปชม ถ้ำน้ำแข็งสกาตาเฟล และ ธารน้ำแข็งกลาเซียลากูน ที่มีน้ำทะเลใสสะอาดและภูเขาน้ำแข็งที่งดงาม
อย่าพลาดที่จะไปเยือน ไดมอนด์บีช, ชายหาดที่มีน้ำแข็งส่องประกายเหมือนเพชร และเดินทางต่อไปที่ ธารน้ำแข็งสกาฟตาเฟล และ เรย์นิสฟายาร่า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของธรรมชาติที่น่าทึ่ง และไม่ไกลจาก หาดทรายดำ ที่มีความสวยงามและเงียบสงบ
หลังจากนั้น ทริปของเราจะพาคุณไปชม น้ำตกสโกรกาฟอส และ น้ำตกเซลจาลันด์ฟอส ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงในไอซ์แลนด์และมีความงดงามไม่เหมือนใคร
ราคาเริ่มต้น: 189,999 บาท
สรุป
Travelzeed นำเสนอทัวร์ล่าแสงเหนือจากหลายประเทศที่มีชื่อเสียง เช่น นอร์เวย์, ฟินแลนด์, สวีเดน, ไอซ์แลนด์ และรัสเซีย โดยแต่ละทัวร์ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการชมแสงเหนือ





