ทั่วเอเชียยอมรับงานเพื่อสังคมของ “กรุงไทยการไฟฟ้า”กับรางวัล AREA 2025 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ไม่อาจประเมินค่าได้!!!
เมื่อไม่นานนี้ไทยพึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงาน Asia Responsible Enterprise Awards 2025 และการประชุม ICS Summit 2025 ที่รวมไว้ด้วยภาคธุรกิจหัวกะทิทั้งไทยและสากลมาแลกเปลี่ยนและแสดงพลังถึงการตระหนักว่าธุรกิจนอกจากประสบความสำเร็จ ยังต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมี Enterprise Asia เป็นผู้จัดและมอบรางวัล เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ภาคธุรกิจ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ ปี 2011 มีประเทศสมาชิก 19 ประเทศในเอเชีย สำหรับไทยปีนี้ยังคงมีองค์กรที่ได้รับรางวัลและรักษามาตรฐานเอาไว้
และมีหน้าใหม่ที่ชนะการแข่งขัน ซึ่งปี 2025 มีองค์กรจากไทยที่ผ่านด่านได้รางวัลชนะเลิศไม่กี่องค์กร หนึ่งในนั้น เราจับตามองไปที่ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยรายเดียวในปีนี้ที่ได้รับรางวัล คือ กรุงไทยการไฟฟ้า กับสาขาการลงทุนทรัพยากรมนุษย์ (Investment in People) เมื่อองค์กรทำงานเพื่อสังคม ด้านการพัฒนา “คน” การแข่งขันดังกล่าวจึงไม่ง่าย เพราะเป็นรางวัลที่ต้องชี้ชัดให้ทั้งเอเชียเห็นรูปธรรมของความเปลี่ยนแปลงในการส่งต่อของ “คน” ที่จะกลายเป็นความยั่งยืนที่ส่งต่อให้กับประเทศและโลกใบนี้ เพราะต้องมีการวัดผลตอบแทนทางสังคม (Social return on investment : SROI) ที่เกิดผลจับต้องได้ มีแนวคิดที่รองรับจนสามารถส่งต่อผ่านประสบการณ์การทำงานจริงให้กับผู้คนในระดับสากล อีกทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ SDGs ที่มุ่งให้ทุกองค์กรร่วมกันทำ ซึ่งทั้งคุณศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริษัท และคุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ประธานคณะดำเนินงานโครงการทุนการศึกษา
กรุงไทยการไฟฟ้า นั้น ต่างรู้อย่างลึกซึ้งครอบคลุมทุกมิติ เมื่อครั้งที่ครบรอบ 22 ปี โครงการทุนการศึกษา กรุงไทยการไฟฟ้า มีคุณศุภชัย สุทธิพงษ์ชัย เป็นผู้นำ แลกเปลี่ยนหารือกับภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนสำคัญ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการนำของหัวเรือใหญ่ที่เริ่มด้วยตัวเองแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่การทำงานเพื่อสังคมขององค์กรได้เริ่มต้น มติชน ได้รับเกียรติในงานเสวนาและเห็นถึงเบื้องลึกของการวางฐานความคิดจากคุณสงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย ต้องยอมรับว่า 2 ท่านนี้ทำไม่เหมือนคนอื่น คือตั้งธงมุ่งมั่นจนผ่านร้อนผ่านหนาว ทำงานชิ้นนี้เสมือนกำลังสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีให้กับโลกใบนี้!!! เพราะคำนึงตั้งแต่ฐานราก กลับไปพัฒนาตั้งแต่เด็กปฐมวัย ซึ่งเยาวชนที่ยากจนแต่ได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา มีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมอย่างเท่าเทียม พร้อมกับการปลูกฝังคุณธรรม สร้างกิจกรรมที่เยาวชนมีส่วนร่วมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับปราชญ์ท้องถิ่น การศึกษาดูงานกับผู้ประกอบการที่มีทั้งองค์ความรู้และมีสำนึกรักบ้านเกิด คู่ขนานการเรียนรู้จากวิทยากรออนไลน์
จนทุกวันนี้ 3,000 กว่าชีวิตสามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ และกลายเป็นผู้นำกลับไปพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิด ทรัพยากรมนุษย์ที่ทำให้กับประเทศเหล่านี้ คงไม่อาจตีค่าราคาได้!!! ซึ่งกรุงไทยการไฟฟ้าเลือกจะเปิดเผยความสำเร็จดังกล่าวในวันที่โครงการได้ดำเนินมาจนถึงการส่งผลผลิตของชาติให้กลับไปช่วยเหลือประเทศและโลกใบนี้แล้ว เราขอร่วมยินดีกับรางวัลอันทรงเกียรติที่ควรค่า และในฐานะสื่อมวลชนหวังเห็นองค์กรในไทยที่มีศักยภาพเช่นนี้ได้ร่วมกันสร้างและทำประโยชน์เพื่อประเทศของเรา!!! เพราะการสร้างโอกาสทางการศึกษาคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ความเหลื่อมล้ำที่เป็นช่องว่างทางสังคมลดลง ซึ่งจากนี้มั่นใจว่าแนวคิดที่ถูกยกย่องระดับเอเชียเช่นนี้จะถูกสานต่อและส่งต่อ เป็นความยั่งยืนที่ไม่รู้จบ


