แม้ว่าการซื้อรถยนต์มือสองจะเป็นทางเลือกที่ประหยัดและคุ้มค่าสำหรับหลายคน แต่ความเสี่ยงจากการซื้อรถที่มีปัญหาทางกฎหมาย หรือภาระผูกพันก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง เพราะอาจส่งผลในการใช้รถทำธุรกรรมทางกฎหมายในอนาคตได้ การตรวจสอบเล่มทะเบียนรถยนต์อย่างละเอียดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม วันนี้เรามี 4 วิธีเช็กเล่มทะเบียนรถยนต์อย่างละเอียด เพื่อให้คุณอุ่นใจก่อนตัดสินใจซื้อมาฝากกัน
ทำไมต้องตรวจสอบเล่มทะเบียนรถยนต์ก่อนซื้อ
เล่มทะเบียนรถยนต์เปรียบเสมือนบัตรประจำตัวของรถ ที่บ่งบอกถึงประวัติ สถานะทางกฎหมาย และภาระผูกพันของรถคันนั้น การตรวจสอบเล่มทะเบียนอย่างละเอียดช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ เช่น การซื้อรถที่ติดจำนำ รถที่เกี่ยวข้องกับคดีความ หรือรถที่มีการแจ้งหายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
การซื้อรถที่มีปัญหาทางกฎหมายอาจนำไปสู่การสูญเสียทั้งเงินและรถ หากมีการตรวจพบในภายหลัง ดังนั้น การรู้จักวิธีตรวจสอบเล่มทะเบียนรถยนต์จึงเป็นเรื่องสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถมือสอง
4 วิธีตรวจสอบเล่มทะเบียนรถยนต์ที่ควรรู้

ใครที่กำลังสงสัยว่าบนสมุดเล่มทะเบียนรถยนต์นั้นมีจุดไหนบ้างที่ต้องดูให้ละเอียด มาเอา 4 วิธีตรวจสอบนี้ไปใช้กันได้เลย
1. ตรวจสอบความถูกต้องของเล่มทะเบียน
สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเล่มทะเบียนรถ โดยสังเกตจากข้อมูลเหล่านี้
- ตรวจดูชื่อเจ้าของรถ : ชื่อในเล่มทะเบียนต้องตรงกับผู้ขาย หากไม่ตรง ควรขอหลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์หรือหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้อง
- ตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถัง : ตัวเลขในเล่มทะเบียนต้องตรงกับตัวรถจริง
- ตรวจสอบร่องรอยการแก้ไข : หากพบร่องรอยการขูด ลบ แก้ไขในเล่มทะเบียน อาจเป็นสัญญาณของการปลอมแปลงเอกสาร
2. ตรวจสอบประวัติการโอนกรรมสิทธิ์
เล่มทะเบียนจะมีประวัติการโอนกรรมสิทธิ์บันทึกไว้ในหน้าที่ 18 เพราะจะมีข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ดังนี้
- รถคันนี้เคยเปลี่ยนมือกี่ครั้ง
- รถคันนี้เคยแจ้งจอดไหม
- รถคันนี้มีการเปลี่ยนสีมาหรือเปล่า
- การโอนกรรมสิทธิ์ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
- มีความถี่ในการเปลี่ยนเจ้าของมากผิดปกติหรือไม่ (อาจบ่งชี้ถึงปัญหาของตัวรถ)
รถที่มีการเปลี่ยนมือบ่อยครั้งในระยะเวลาสั้น ๆ อาจมีปัญหาแอบแฝงที่ทำให้เจ้าของคนก่อน ๆ ต้องขายต่อ ดังนั้นควรสอบถามเหตุผลจากผู้ขายและพิจารณาอย่างรอบคอบ
3. ตรวจสอบภาระผูกพันกับกรมการขนส่งทางบก
ขั้นตอนที่สำคัญอีกประการคือการตรวจสอบว่ารถมีภาระผูกพันหรือไม่ โดยสามารถทำได้ ดังนี้
- ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (www.dlt.go.th)
- ติดต่อสอบถามที่สำนักงานขนส่งในพื้นที่
- ใช้แอปพลิเคชันของกรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจสอบข้อมูล
การตรวจสอบนี้จะช่วยให้คุณทราบว่ารถคันที่สนใจมีภาระติดจำนำ มีการอายัดทะเบียน หรือมีค่าปรับค้างชำระหรือไม่ หากพบว่ามีภาระผูกพัน ควรให้ผู้ขายดำเนินการชำระและปลดภาระเหล่านั้นให้เรียบร้อยก่อนการซื้อขาย
4. ตรวจสอบประวัติการชำระภาษีรถยนต์
การตรวจสอบประวัติการชำระภาษีรถยนต์ประจำปีจะช่วยให้คุณทราบว่ารถคันดังกล่าวมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องหรือไม่ และเจ้าของเก่ามีความรับผิดชอบในการดูแลอย่างไร
- ตรวจสอบวันหมดอายุของภาษีในเล่มทะเบียน
- หากมีช่วงที่ไม่ได้ชำระภาษีเป็นเวลานาน อาจบ่งชี้ว่ารถจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน
- ควรตรวจสอบค่าปรับค้างชำระ (ถ้ามี) และให้ผู้ขายชำระให้เรียบร้อยก่อนตกลงซื้อขาย

วิธีเช็กเล่มทะเบียนรถยนต์ทั้ง 4 ที่เราได้แนะนำไป ต้องบอกว่าเป็นจุดเช็กเบื้องต้นในเรื่องความถูกต้อง ที่จะต้องใช้ควบคู่กันไปกับการตรวจสภาพรถอย่างละเอียด ดังนั้นแล้ว หากไม่มั่นใจจริง ๆ ก็ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์ไปด้วยจะดีที่สุด แต่ถ้าหากคุณซื้อรถมาแล้วและมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ก็มีบริการสินเชื่อรถแลกเงินให้บริการโดยไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน และยังสามารถใช้รถได้ตามปกติระหว่างการผ่อนชำระ จากทีมงานมืออาชีพที่ผ่านประสบการณ์มากกว่า 40 ปี พร้อมเติบโต คู่ชาวไทย ด้วยคติการทำงาน “มั่นใจ โปร่งใส และถูกกฎหมาย” สามารถติดต่อได้ที่ ศ.ศาลาสีส้มทุกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.sawad.co.th LINE Official: @srisawad และโทร 1652 เพื่อรับคำปรึกษาฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
หมายเหตุ :
- สินเชื่อรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 17.85% – 24% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 54 งวด
- ระยะเวลาการได้รับเล่มคืนภายใน 10 วันทำการหลังชำระยอดปิดบัญชี
- กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
- เงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

