กรมชลฯ นำสื่อสัญจรติดตามบริหารน้ำภาคตะวันออก–EEC หนุนเศรษฐกิจ-สร้างความมั่นใจประชาชน

29.08.25 | 15:36 น.

 กรมชลประทานจัดสื่อมวลชนสัญจรติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC หนุนเศรษฐกิจพื้นที่ขยายตัว สร้างความมั่นใจประชาชน เกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอ

วันนี้ (29 ส.ค 68) นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 พร้อมด้วยผู้บริหารในพื้นที่นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่ EEC (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี  ระยอง) มุ่งบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถสนับสนุนทุกกิจกรรมได้เพียงพอตลอดทั้งปี

นายทินกร เหลือล้น ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน(29 ส.ค.68) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้ง 58 แห่ง ในพื้นที่ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 1,339 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นเกือบ 53% ของความจุอ่างฯรวมกัน

จนถึงขณะนี้มีผลการสูบน้ำโครงข่ายบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก ดังนี้

Advertisement

1)การสูบผันน้ำจากคลองพระองค์ฯและคลองชลประทานพานทอง มาเติมน้ำต้นทุนในอ่างฯบางพระ ปริมาณน้ำสะสมรวมประมาณ 35.4 ล้านลบ.ม.

2)การสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง มาเติมน้ำต้นทุนให้อ่างฯบางพระ ปริมาณน้ำสะสมรวม 3.53 ล้านลบ.ม.

3)การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 27.74 ล้านลบ.ม.

4)การสูบผันน้ำกลับจากคลองสะพานไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำสะสมรวม 9.11 ล้านลบ.ม.

5)การสูบผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ เพื่อไปเสริมน้ำต้นทุนให้กับอ่างฯหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 20.16 ล้านลบ.ม.

6)การสูบผันน้ำกลับจากวัดละหารไร่ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำสะสมรวม 1.69 ล้านลบ.ม.  ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้  กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ตามมาตรการรับมือฤดูฝนที่วางไว้ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำไว้ให้อ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด  คาดว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนในเดือนตุลาคมนึ้  จะมีปริมาณน้ำเก็บกักตามแผนที่วางไว้  สามารถสนับสนุนน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปา  รักษาระบบนิเวศควบคุมความเค็ม  การเกษตรและภาคอุตสหกรรม ในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC  ได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี