TFM เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ SeaChange®2030 ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารสัตว์น้ำยั่งยืน

29.08.25 | 15:46 น.

ประกาศนโยบายจัดหาวัตถุดิบจากพืชที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนสภาพป่าธรรมชาติเป็นพื้นที่ประเภทอื่น

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในไทย เดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ประกาศนโยบายจัดหาวัตถุดิบจากพืชที่ปลอดการตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนสภาพป่าธรรมชาติเป็นพื้นที่ประเภทอื่น (Deforestation and Conversion Free: DCF) เพื่อยกระดับความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เป้าหมายที่ 15 ว่าด้วยการปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบก และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน (Life on Land)

นโยบายดังกล่าวครอบคลุมวัตถุดิบจากพืชทุกชนิดที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์น้ำ เช่น ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม และข้าวสาลี โดย TFM กำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณและหลักปฏิบัติด้านแรงงาน การจัดการความเสี่ยงด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงข้อกำหนดด้านความยั่งยืน นโยบาย Deforestation and conversion อย่างเคร่งครัด โดยใช้แนวทางการประเมินความเสี่ยงจากมาตรฐานสากลระดับโลก Aquaculture Stewardship Council (ASC) อาทิ การกำหนดประเทศต้นทาง ที่มีความเสี่ยงต่ำ ทั้งในด้านกฏหมาย แรงงาน และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการใช้เอกสาร หลักฐาน เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หรือใช้การประเมินความเสี่ยงจากผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานกำหนด

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารTFMกล่าวว่า “การอนุรักษ์ป่าไม้และระบบนิเวศเป็นภารกิจสำคัญที่ทั่วโลกต้องเร่งดำเนินการ TFM มุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า และเคารพความหลากหลายทางชีวภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมสัตว์น้ำโลก และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐานอาหารสัตว์ระดับโลกจากองค์กร ASC เป็นแห่งแรกในเอเชีย ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรม ที่เลือกใช้วัตถุดิบยั่งยืนจากผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”