ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เปิดเผยผ่านรายการ NBT มีคำตอบว่า จุดเริ่มต้นของกระทรวงสาธารณสุขของไทยมีความเป็นมายาวนานกว่าร้อยปี งานด้านสาธารณสุขของประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิดซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมในการป้องกันและการดำเนินการ โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนเป็นส่วนสำคัญ

การดำเนินการด้านสาธารณสุขนั้น ในส่วนที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลนั้นมี 2 ส่วน คือส่วนที่อยู่ในโรงพยาบาลกับนอกโรงพยาบาล โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 ซึ่งการรักษาพยาบาลนอกโรงพยาบาลในเวลานั้นมีวิธีการบริหารจัดการการแพทย์ฉุกเฉินแบบกู้ชีพกู้ภัย เมื่อมีการจัดตั้งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติแล้ว จึงได้จัดทำมาตรฐานและกำหนดมาตรฐานของประเทศในการทำงานเรื่องการแพทย์ฉุกเฉิน และยังมีการจัดตั้งกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่หน่วยหรือรถ Ambulance ที่ออกไปให้บริการประชาชน เพราะบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทยก่อนหน้านั้นเป็นการบริการแบบ Free for service คือไม่มีการเรียกเก็บเงินจากประชาชน

ปัจจุบัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ประชาชนสามารถใช้หมายเลข 1669 ซึ่งมีหน่วยปฏิบัติการอำนวยการ หรือศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ อยู่ทุกจังหวัด เปิดบริการยี่สิบสี่ชั่วโมง ตามสถิติมีผู้แจ้งเหตุผ่านหมายเลข 1669 ประมาณ 10 ล้านครั้งต่อปี มีการออกปฏิบัติการฉุกเฉินตามภารกิจจริงประมาณสองจุดสองล้านครั้งต่อปี โดยหน่วยปฏิบัติการแพทย์แบ่งเป็น 3 ระดับ ระดับพื้นฐานคือความรุนแรงอยู่ที่สีเหลืองกับสีเขียว ขณะที่ระดับสูงจะมีพยาบาลหรือนักฉุกเฉินการแพทย์เป็นหัวหน้าทีม สามารถให้ยาเจาะปอดได้ ใส่ท่อช่วยหายใจได้ ส่วนระดับเฉพาะทางจะเป็นแพทย์ที่ออกฉุกเฉิน เป็นเคสสีแดงและรุนแรงมาก เช่น อาจจะมีประเด็นหลอดเลือดสมอง
เมื่อส่งหน่วยปฏิบัติการแพทย์ออกไปแล้ว จะมีการติดต่อกันระหว่างกับศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการกับหน่วยปฏิบัติการแพทย์ หรือรถ Ambulance ที่ออกไป โดยจะประเมินว่าผู้ป่วยอาการเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์และอาการ และให้การรักษาเบื้องต้น พร้อมนำส่งโรงพยาบาลที่ศูนย์สั่ง เพื่อเข้าสู่การรักษาที่โรงพยาบาลตามขั้นตอน โดยปัจจุบัน หน่วยปฏิบัติการแพทย์มีทั้ง ทางบก โดยใช้รถ Ambulance หรือรถพยาบาล ทางน้ำ มีเรือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น ของกองทัพเรือ ตำรวจน้ำ หรือของเอกชน ให้บริการทั้งในแม่น้ำและทางทะเล และยังมีทางอากาศ ซึ่งเรียกว่า Thai Sky Doctor โดยได้รับความสนับสนุนอากาศยานจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และกระทรวงเกษตรฯ เป็นต้น

การให้บริการ Thai Sky Doctor โดยเฮลิคอปเตอร์ ผู้ปฏิบัติการต้องมีความรู้ความสามารถ และผ่านการอบรมหลักสูตรจาก สพฉ. ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่จะมีเคสจำนวนมาก เพราะมีอุปสรรคด้านภูมิประเทศ สพฉ. ก็ได้ผลักดันให้เกิดลานเฮลิคอปเตอร์ของหมู่บ้านหรือ รพ.สต. การส่งหน่วยปฏิบัติการแพทย์ Thai Sky Doctor จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการร้องขอว่าผู้ป่วยต้องใช้เวลาในการเดินทางนำส่งหลายชั่วโมง เมื่อโทร. 1669 แล้ว แพทย์หรือศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องใช้อากาศยาน ก็จะแจ้งไปยังทีมสกายดอกเตอร์ เมื่อเตรียมพร้อมแล้วจะแจ้งมาที่ศูนย์นเรนทร สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อขอดำเนินการ สพฉ. ก็จะประสานหน่วยบิน ซึ่งเป็นบริการฟรีที่พี่น้องประชาชนไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่ต้องมีเงื่อนไขที่แพทย์ได้ประเมินแล้วว่ามีความจำเป็นที่ต้องใช้อากาศยาน แล้วทีมอากาศยานก็ต้องประเมินว่าสภาพอากาศมีความปลอดภัยในการบิน ขณะนี้ทีม Thai Sky Doctor มีอยู่หลายจังหวัดหลายจุดด้วยกัน รวมแล้วประมาณ 26 ทีม
ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยนับว่าก้าวหน้าอย่างมาก ถ้าเทียบประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เราอาจจะเป็นรองเพียงสิงคโปร์ แต่สิงคโปร์ไม่มี Sky Doctor เนื่องจากมีพื้นที่เป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่มาก ส่วนในทวีปเอเชีย ประเทศไทยก็อยู่ระดับแนวหน้า เป็นรองเพียงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ขณะนี้การออกปฏิบัติการของ Sky Doctor จะอยู่ที่ประมาณสี่สิบห้านาทีถึงสองชั่วโมง หลังได้รับแจ้ง
ในขณะเดียวกัน เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน สพฉ. ได้พัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มกลางด้านการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ (National Digital Emergency Medical Services (NDEMS) Platform) หรือที่เรียกว่า NDEMS ขึ้น โดยเป็นแพลตฟอร์มการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ที่ใช้ในการรับแจ้งเหตุและจ่ายงานระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากระบบระบบ Digital 1669 ปรับมาเป็น National Platform ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการมีแพลตฟอร์มเดียวเป็นส่วนกลางของประเทศ เพื่อใช้ในการรับแจ้งเหตุทั้งหมดแล้วสั่งการ สามารถเชื่อมต่อกันได้ทุกระบบที่มี API

จุดเด่นของ NDEMS คือระบบการรับแจ้ง เมื่อประชาชนโทรศัพท์มาที่ศูนย์ 1669 เจ้าหน้าที่กดรับสาย หากไม่รู้ที่ตั้งจุดเกิดเหตุ ศูนย์จะส่งข้อความไปยังเบอร์โทรศัพท์ของผู้แจ้ง ในข้อความจะแจ้งเตือนให้เลือกยินยอมการเปิดเผยที่ตั้ง ถ้ากดรับ ระบบจะ Track location ทันที ทำให้ศูนย์รับทราบพิกัดจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนั้นยังสามารถวิดีโอคอล เพื่อให้ศูนย์สามารถประเมินอาการผู้ป่วยได้ และสามารถใช้เป็นช่องทางในการสอนการทำ CPR หรือช่วยชีวิตผู้ป่วยผ่านวิดีโอคอล ทำให้สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ในอนาคตระบบนี้จะถูกพัฒนาให้สามารถ Track สถานะของรถพยาบาลที่กำลังเดินทางมายังจุดเกิดเหตุได้ เพื่อประเมินสถานการณ์การรับและนำส่งผู้ป่วย รวมไปถึงอีกหลายฟังก์ชั่น ที่ สพฉ. จะพยายามพัฒนาเพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ ลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินจากการช่วยเหลือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลดความพิการจากการให้การรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที เพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วยและประชาชนจากการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักท่องเที่ยว นักลงทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ต่อไป

