“ดร.ศุภวรรณ”บิ๊กTCEBลั่นใช้CHANGE+GLOCดันไมซ์ไทยผู้นำโลก

8.09.25 | 10:43 น.

ผู้นำใหม่ TCEB “ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์” เปิดพันธกิจดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยขึ้นผู้นำระดับโลก ภายใต้ “Change That Matters” เพิ่มความเข้มตลาดต่างประเทศลุยจับมือ 5 กระทรวงดึงงานอินเตอร์ เดินหน้าสร้างความสำเร็จด้วย “G-L-O-C” สร้างไทยแบรนด์แห่งความไว้วางใจ พัฒนาคลัสเตอร์เมืองไมซ์ ยกชั้นคนในองค์กรขึ้นชั้นที่ปรึกษา สวมบทใหม่หน่วยงานกำกับมาตรฐานแข่งชิงงานทั่วโลก

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ผู้นำทีเส็บคนใหม่ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า พร้อมทำพันธกิจหลักโดยตั้งเป้านำอุตสาหกรรมไมซ์ไทยก้าวสู่ผู้นำระดับโลกภายใต้ Change That Matters” และเป็นจุดหมายปลายทางความไว้วางใจของทั่วโลก Global-Asia’s Trusted Gateway” ด้วยการใช้บทบาทพิเศษที่โดดเด่นด้าน “การดึงงาน หรือ WIN” ในการประมูลสิทธิ์ และสนับสนุนการจัดงานระดับประเทศและนานาชาติ รุกขยาย “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” เพิ่มความเข้มข้น 2 ตลาด คือ “C : Convention” การประชุมขนาดใหญ่นานาชาติ กับ “E : Exhibition” การจัดนิทรรศการแสดงสินค้านานาชาติ โดยจะขับเคลื่อนใช้กลยุทธ์ G-L-O-C ดังนี้

  • Global Reach มุ่งสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง การประมูลงานไมซ์นานาชาติอย่างชาญฉลาดเน้นขยายตลาดต่างประเทศ เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น นำร่องทำแล้ว 5 กระทรวงหลัก ได้แก่

“กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ร่วมหารือถึงการชิงเป็นเจ้าภาพจัดงานสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“กระทรวงพลังงาน” กำลังร่วมเดินทางไปมิลาน อิตาลี เพื่อรับมอบธงที่ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน GASTECH 2026 การประชุมและจับคู่ธุรกิจพลังงานรายการใหญ่สุดของโลก เดือนกันยายน 2569

Advertisement

“กระทรวงสาธารณสุข” (สธ.) สามารถดึงงานซีรีย์อย่างหลากหลายครอบคลุมทั้ง “Health” งานสุขภาพ  “Wellness” ธุรกิจการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และ “Medical” งานการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งไทยผู้นำการประชุมกลุ่มแพทย์ต่อเนื่องมาตลอด

“กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” (อว.) มีงานมากมายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม สามารถดึงมาจัดในไทยได้มากขึ้น

“กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ล่าสุดเพิ่งหารือเพื่อจะจับมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA : Digital Economy Promotion Agency) ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลนำงานต่าง ๆ มาจัดเพื่อยกระดับประเทศไทย

“ทีเส็บ” จะขับเคลื่อนไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความไว้วางใจ “Global-Asia’s Trusted Gateway” ด้วย 3 ด้าน  คือ

ด้านที่ 1 สร้างความพร้อมผู้ประกอบการไมซ์อย่างมืออาชีพ ด้านที่ 2 สร้างมาตรฐานความพร้อมผู้ให้บริการ สถานที่ เมืองไมซ์ โลจิสติกส์ การสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมไม่ได้ต้องการของเงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้ช่วยเพิ่มความสะดวกภาคธุรกิจให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในกลุ่มจัดงาน M-I-C-E และเฟสติวัลเลือกและมองเห็นเมืองไทยเป็นแหล่งกระตุ้นและเชื่อมโยงธุรกิจให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ขยับเป้าหมายจากความคุ้มค่าเงินเป็นสร้างคุณค่าและมูลค่าธุรกิจได้มากกว่าเดิม ด้านที่ 3 สร้างระบบนิเวศน์ไมซ์ Eco system ปัจจุบันยังขาดแคลนผู้ประกอบการไมซ์ จะต้องเร่งผลิตจำนวนกับสร้างความพร้อมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ

@เพิ่มบทบาทกำกับมาตรฐานไมซ์ปั้นจุดแข็งชิงงานไมซ์โลก

  • Local Strength พัฒนาคลัสเตอร์เมืองไมซ์ (MICE City Clusters)  10 จังหวัด 10 เมือง เชื่อมโยงเข้ากับเมืองหรือจังหวัดอื่น ๆ ขณะนี้ทีเส็บมีฐาน ไมซ์ ซิตี้ อยู่แล้ว 10 เมือง ต่อไปจะเชื่อมโยงเป็น “คลัสเตอร์” เมืองหลักกับจังหวัดใกล้เคียง ควบคู่การเพิ่มเมืองไมซ์ซึ่งตอนนี้มีอยู่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับ ญี่ปุ่น เกาหลี จึง จำเป็นต้องเร่ง “เพิ่มเมืองตามอัตลักษณ์เฉพาะเจาะจง” ตามแคแรกเตอร์ที่โดดเด่นจริงขึ้นมารองรับความต้องการตลาดไมซ์โลก เช่น เมืองด้านอาหาร เมืองศิลปะวัฒนธรรม เมืองดนตรี และอื่น ๆ

@ยกระดับ“คนสู่ผู้เชี่ยวชาญ-เปลี่ยนอุตฯไมซ์อย่างมืออาชีพ”

  • Organisation Transformation เร่งปรับเปลี่ยนองค์กรรองรับการเติบโต พัฒนาบุคลากรก้าวหน้าในอาชีพ (People Transformation) ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่มีความไว้ใจและปลอดภัยทางใจ เปลี่ยนไปสู่องค์กรดิจิทัล ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สร้างแรงจูงใจ 2 ส่วน ประกอบด้วย

ส่วนที่ 1 เปลี่ยนแปลงพนักงานองค์กร ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญมากเพียงพอจะเป็น “ที่ปรึกษา” ให้ผู้จัดงานไมซ์ และจังหวัดต่าง ๆ  เตรียมเพิ่มการฝึกอบรมมากขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับอาเซียน บวกการทำระบบดิจิทัลอย่างโปร่งใสตัดขั้นตอนที่ซับซ้อนออกไป เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่การว่าจ้าง การสนับสนุน และอื่น ๆ

ส่วนที่ 2 เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไมซ์อย่างมืออาชีพ ทำให้ภาพรวมของไทยเป็นผู้นำระดับโลกได้ ทีเส็บกำลังร่วมกับพันธมิตรเตรียมเพิ่ม “เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities Network :UCCN) จะคัดเลือกเข้าร่วมเครือข่ายกับเมืองสร้างสรรค์ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองต่าง ๆ เน้นนำความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมเข้ามาพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ทีเส็บได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(องค์การมหาชน) “CEA” องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) “อพท.” กระทรวงวัฒนธรรม ทำงานอย่างเต็มที่ ตอนนี้มีแล้ว 7 เมือง ปี 2568 จะเพิ่มอีก 2 เมือง เกณฑ์การคัดเลือกนั้นทางยูเอ็นได้กำหนดเกณฑ์ 5 ข้อ มี 3 ข้อ เป็นภารกิจที่ทีเส็บทำอยู่เรื่องส่งเสริมเมืองจัดกิจกรรม เทศกาล เป็นประจำอยู่แล้ว ขยายผลต่อจากไมซ์ ซิตี้ ขับเคลื่อนก่อนแล้วต่อยอดด้วยเมืองสร้างสรรค์ทั่วประเทศ

@สวมบทใหม่ผู้คุมกฎมาตรฐานไมซ์เทียบชั้นอินเตอร์

  • Capabilities Excellence ใช้จุดเด่นทีเส็บซึ่งล่าสุดได้ ISO เข้ามาเพิ่มบทบาทใหม่เป็นองค์กรกำกับดูแล “ให้การรับรอง : certify” ศักยภาพ “มาตรฐาน” ที่เกี่ยวข้องกับงานไมซ์ ทั้งสถานที่จัดงาน และซัพพลายเชนต่าง ๆ มากขึ้น ด้วยวิธีจัดทำ “ทะเบียนรายชื่อ” ให้คู่ค้าในอุตสาหกรรมเข้ามาค้นหาจับคู่ธุรกิจกันได้ดีขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต

ขณะนี้ทีเส็บได้ทำมาตรฐานไว้แล้วคือ TMVS :Thailand MICE Venue Standard” ตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพสถานที่จัดงานในไทย จะต้องยกระดับทำ AMVS : ASEAN MICE Venue Standards” ตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประชุม งานแสดงนิทรรศการ งานท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในระดับภูมิภาคอาเซียน ดึงโมเดลสากลเข้ามาใช้ผนวกความยั่งยืนเข้าไปด้วย แล้วลงมือ Decarbonization”  อย่างจริงจังคือกระบวนการ ลดระดับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมไมซ์ จากนี้ต้องเพิ่มมาตรฐานเพิ่มขึ้นให้ทัดเทียมทั่วโลก ซึ่งสามารถจัดงานไมซ์แบบไร้คาร์บอน (Carbon Net Zero) ได้แล้ว

ทีเส็บมี “เครื่องมือ” วัดคาร์บอนการจัดงานจากการร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) “อบก.” หอการค้าไทย หน่วยงานระหว่างประเทศ ต่อไปประเทศไทยต้องตอบโจทย์ “ผู้จัดงาน” เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ให้ได้ เพราะขณะนี้สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สามารถจัดงานแบบคาร์บอนเป็นศูนย์สำเร็จแล้ว สามารถสร้างแรงดึงดูดความสนใจผู้จัดงานทั่วโลกได้ง่ายขึ้น

ตอนนี้ไทยมีมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard :TSEM) ทีเส็บจะดึงมาตรฐานของสหประชาชาติมาผนวกด้วย โดยจะต้องทำควบคู่กับการพัฒนาเมืองให้มีความพร้อมหลากหลายด้าน ตั้งแต่สนับสนุนเอกชนในพื้นที่ โดยทำสำรวจงานเมื่อนำไปจัดแล้วต้องประสบความความสำเร็จ จึงต้องให้สภาหอค้า จังหวัด ชุมชน เข้ามาร่วมมือกันทำเต็มที่ทุกงาน

“ดร.ศุภวรรณ” ตั้งความหวังปีแรกจะสร้างความสำเร็จให้อุตสาหกรรมไมซ์ด้วยการ “Change & Shift :เปลี่ยนแปลงและยกระดับ” ทุกองคาพยพเพื่อผลักดันไทยพร้อมเป็นผู้นำไมซ์ระดับโลก

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen