ผู้นำใหม่ TCEB “ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์” เปิดพันธกิจดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยขึ้นผู้นำระดับโลก ภายใต้ “Change That Matters” เพิ่มความเข้มตลาดต่างประเทศลุยจับมือ 5 กระทรวงดึงงานอินเตอร์ เดินหน้าสร้างความสำเร็จด้วย “G-L-O-C” สร้างไทยแบรนด์แห่งความไว้วางใจ พัฒนาคลัสเตอร์เมืองไมซ์ ยกชั้นคนในองค์กรขึ้นชั้นที่ปรึกษา สวมบทใหม่หน่วยงานกำกับมาตรฐานแข่งชิงงานทั่วโลก
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ผู้นำทีเส็บคนใหม่ให้สัมภาษณ์พิเศษว่า พร้อมทำพันธกิจหลักโดยตั้งเป้านำอุตสาหกรรมไมซ์ไทยก้าวสู่ผู้นำระดับโลกภายใต้ “Change That Matters” และเป็นจุดหมายปลายทางความไว้วางใจของทั่วโลก “Global-Asia’s Trusted Gateway” ด้วยการใช้บทบาทพิเศษที่โดดเด่นด้าน “การดึงงาน หรือ WIN” ในการประมูลสิทธิ์ และสนับสนุนการจัดงานระดับประเทศและนานาชาติ รุกขยาย “ตลาดไมซ์ต่างประเทศ” เพิ่มความเข้มข้น 2 ตลาด คือ “C : Convention” การประชุมขนาดใหญ่นานาชาติ กับ “E : Exhibition” การจัดนิทรรศการแสดงสินค้านานาชาติ โดยจะขับเคลื่อนใช้กลยุทธ์ G-L-O-C ดังนี้

- Global Reach มุ่งสร้างแบรนด์จุดหมายปลายทาง การประมูลงานไมซ์นานาชาติอย่างชาญฉลาดเน้นขยายตลาดต่างประเทศ เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น นำร่องทำแล้ว 5 กระทรวงหลัก ได้แก่
“กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ร่วมหารือถึงการชิงเป็นเจ้าภาพจัดงานสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
“กระทรวงพลังงาน” กำลังร่วมเดินทางไปมิลาน อิตาลี เพื่อรับมอบธงที่ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน GASTECH 2026 การประชุมและจับคู่ธุรกิจพลังงานรายการใหญ่สุดของโลก เดือนกันยายน 2569
“กระทรวงสาธารณสุข” (สธ.) สามารถดึงงานซีรีย์อย่างหลากหลายครอบคลุมทั้ง “Health” งานสุขภาพ “Wellness” ธุรกิจการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และ “Medical” งานการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งไทยผู้นำการประชุมกลุ่มแพทย์ต่อเนื่องมาตลอด
“กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” (อว.) มีงานมากมายเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม สามารถดึงมาจัดในไทยได้มากขึ้น
“กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ล่าสุดเพิ่งหารือเพื่อจะจับมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA : Digital Economy Promotion Agency) ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลนำงานต่าง ๆ มาจัดเพื่อยกระดับประเทศไทย

“ทีเส็บ” จะขับเคลื่อนไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความไว้วางใจ “Global-Asia’s Trusted Gateway” ด้วย 3 ด้าน คือ
ด้านที่ 1 สร้างความพร้อมผู้ประกอบการไมซ์อย่างมืออาชีพ ด้านที่ 2 สร้างมาตรฐานความพร้อมผู้ให้บริการ สถานที่ เมืองไมซ์ โลจิสติกส์ การสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งผู้ประกอบการหลายอุตสาหกรรมไม่ได้ต้องการของเงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่อยากให้ช่วยเพิ่มความสะดวกภาคธุรกิจให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในกลุ่มจัดงาน M-I-C-E และเฟสติวัลเลือกและมองเห็นเมืองไทยเป็นแหล่งกระตุ้นและเชื่อมโยงธุรกิจให้ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ขยับเป้าหมายจากความคุ้มค่าเงินเป็นสร้างคุณค่าและมูลค่าธุรกิจได้มากกว่าเดิม ด้านที่ 3 สร้างระบบนิเวศน์ไมซ์ Eco system ปัจจุบันยังขาดแคลนผู้ประกอบการไมซ์ จะต้องเร่งผลิตจำนวนกับสร้างความพร้อมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ
@เพิ่มบทบาทกำกับมาตรฐานไมซ์ปั้นจุดแข็งชิงงานไมซ์โลก
- Local Strength พัฒนาคลัสเตอร์เมืองไมซ์ (MICE City Clusters) 10 จังหวัด 10 เมือง เชื่อมโยงเข้ากับเมืองหรือจังหวัดอื่น ๆ ขณะนี้ทีเส็บมีฐาน ไมซ์ ซิตี้ อยู่แล้ว 10 เมือง ต่อไปจะเชื่อมโยงเป็น “คลัสเตอร์” เมืองหลักกับจังหวัดใกล้เคียง ควบคู่การเพิ่มเมืองไมซ์ซึ่งตอนนี้มีอยู่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับ ญี่ปุ่น เกาหลี จึง จำเป็นต้องเร่ง “เพิ่มเมืองตามอัตลักษณ์เฉพาะเจาะจง” ตามแคแรกเตอร์ที่โดดเด่นจริงขึ้นมารองรับความต้องการตลาดไมซ์โลก เช่น เมืองด้านอาหาร เมืองศิลปะวัฒนธรรม เมืองดนตรี และอื่น ๆ

@ยกระดับ“คนสู่ผู้เชี่ยวชาญ-เปลี่ยนอุตฯไมซ์อย่างมืออาชีพ”
- Organisation Transformation เร่งปรับเปลี่ยนองค์กรรองรับการเติบโต พัฒนาบุคลากรก้าวหน้าในอาชีพ (People Transformation) ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่มีความไว้ใจและปลอดภัยทางใจ เปลี่ยนไปสู่องค์กรดิจิทัล ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล สร้างแรงจูงใจ 2 ส่วน ประกอบด้วย
ส่วนที่ 1 เปลี่ยนแปลงพนักงานองค์กร ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญมากเพียงพอจะเป็น “ที่ปรึกษา” ให้ผู้จัดงานไมซ์ และจังหวัดต่าง ๆ เตรียมเพิ่มการฝึกอบรมมากขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับอาเซียน บวกการทำระบบดิจิทัลอย่างโปร่งใสตัดขั้นตอนที่ซับซ้อนออกไป เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่การว่าจ้าง การสนับสนุน และอื่น ๆ
ส่วนที่ 2 เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไมซ์อย่างมืออาชีพ ทำให้ภาพรวมของไทยเป็นผู้นำระดับโลกได้ ทีเส็บกำลังร่วมกับพันธมิตรเตรียมเพิ่ม “เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก” (UNESCO Creative Cities Network :UCCN) จะคัดเลือกเข้าร่วมเครือข่ายกับเมืองสร้างสรรค์ทั่วโลก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองต่าง ๆ เน้นนำความคิดสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมเข้ามาพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ทีเส็บได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(องค์การมหาชน) “CEA” องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) “อพท.” กระทรวงวัฒนธรรม ทำงานอย่างเต็มที่ ตอนนี้มีแล้ว 7 เมือง ปี 2568 จะเพิ่มอีก 2 เมือง เกณฑ์การคัดเลือกนั้นทางยูเอ็นได้กำหนดเกณฑ์ 5 ข้อ มี 3 ข้อ เป็นภารกิจที่ทีเส็บทำอยู่เรื่องส่งเสริมเมืองจัดกิจกรรม เทศกาล เป็นประจำอยู่แล้ว ขยายผลต่อจากไมซ์ ซิตี้ ขับเคลื่อนก่อนแล้วต่อยอดด้วยเมืองสร้างสรรค์ทั่วประเทศ

@สวมบทใหม่ผู้คุมกฎมาตรฐานไมซ์เทียบชั้นอินเตอร์
- Capabilities Excellence ใช้จุดเด่นทีเส็บซึ่งล่าสุดได้ ISO เข้ามาเพิ่มบทบาทใหม่เป็นองค์กรกำกับดูแล “ให้การรับรอง : certify” ศักยภาพ “มาตรฐาน” ที่เกี่ยวข้องกับงานไมซ์ ทั้งสถานที่จัดงาน และซัพพลายเชนต่าง ๆ มากขึ้น ด้วยวิธีจัดทำ “ทะเบียนรายชื่อ” ให้คู่ค้าในอุตสาหกรรมเข้ามาค้นหาจับคู่ธุรกิจกันได้ดีขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต
ขณะนี้ทีเส็บได้ทำมาตรฐานไว้แล้วคือ “TMVS :Thailand MICE Venue Standard” ตราสัญลักษณ์รับรองคุณภาพสถานที่จัดงานในไทย จะต้องยกระดับทำ “AMVS : ASEAN MICE Venue Standards” ตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานสถานที่จัดงานประชุม งานแสดงนิทรรศการ งานท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในระดับภูมิภาคอาเซียน ดึงโมเดลสากลเข้ามาใช้ผนวกความยั่งยืนเข้าไปด้วย แล้วลงมือ “Decarbonization” อย่างจริงจังคือกระบวนการ ลดระดับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมไมซ์ จากนี้ต้องเพิ่มมาตรฐานเพิ่มขึ้นให้ทัดเทียมทั่วโลก ซึ่งสามารถจัดงานไมซ์แบบไร้คาร์บอน (Carbon Net Zero) ได้แล้ว
ทีเส็บมี “เครื่องมือ” วัดคาร์บอนการจัดงานจากการร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) “อบก.” หอการค้าไทย หน่วยงานระหว่างประเทศ ต่อไปประเทศไทยต้องตอบโจทย์ “ผู้จัดงาน” เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ให้ได้ เพราะขณะนี้สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สามารถจัดงานแบบคาร์บอนเป็นศูนย์สำเร็จแล้ว สามารถสร้างแรงดึงดูดความสนใจผู้จัดงานทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้ไทยมีมาตรฐานการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืนประเทศไทย (Thailand Sustainable Event Management Standard :TSEM) ทีเส็บจะดึงมาตรฐานของสหประชาชาติมาผนวกด้วย โดยจะต้องทำควบคู่กับการพัฒนาเมืองให้มีความพร้อมหลากหลายด้าน ตั้งแต่สนับสนุนเอกชนในพื้นที่ โดยทำสำรวจงานเมื่อนำไปจัดแล้วต้องประสบความความสำเร็จ จึงต้องให้สภาหอค้า จังหวัด ชุมชน เข้ามาร่วมมือกันทำเต็มที่ทุกงาน
“ดร.ศุภวรรณ” ตั้งความหวังปีแรกจะสร้างความสำเร็จให้อุตสาหกรรมไมซ์ด้วยการ “Change & Shift :เปลี่ยนแปลงและยกระดับ” ทุกองคาพยพเพื่อผลักดันไทยพร้อมเป็นผู้นำไมซ์ระดับโลก
เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

