อาการแบบไหนใช่กระดูกคอเสื่อม รู้ตัวไว รักษาทัน ป้องกันอาการลุกลาม

15.09.25 | 19:00 น.
กระดูกคอเสื่อม
cervical-spondylosis

อาการปวดต้นคอ ปวดร้าวลงแขน มืออ่อนแรง จะก้มจะเงยก็รู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูกคอเสื่อม ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาให้ถูกต้อง อาการอาจรุนแรงมากขึ้น จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้ บทความนี้จึงจะพาคุณไปรู้จักว่า โรคกระดูกคอเสื่อมคืออะไร อาการกระดูกคอเสื่อมเป็นแบบไหน เกิดจากสาเหตุใด พร้อมวิธีรักษากระดูกคออย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สารบัญบทความ

กระดูกคอเสื่อมคืออะไร เกิดกับใครได้บ้าง?

อาการกระดูกคอเสื่อมเป็นยังไง แบบไหนที่ควรพบแพทย์บ้าง?

สาเหตุโรคกระดูกคอเสื่อม ไม่อยากคอเสื่อมไวต้องระวัง

Advertisement

วิธีรักษากระดูกคอเสื่อม บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง

กระดูกคอเสื่อม อย่าปล่อยไว้ให้กวนใจ รีบรักษาก่อนเกิดภาวะทุพพลภาพ

กระดูกคอเสื่อมคืออะไร เกิดกับใครได้บ้าง?

โรคกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) คือ กลุ่มอาการปวดคอที่มีสาเหตุมาจากกระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนต้นคอ รวมถึงกระดูกต้นคอเสื่อมสภาพ ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และไม่ค่อยแสดงอาการ จนร่างกายเริ่มสร้างหินปูน (Osteophytes) ขึ้นมาแล้วยื่นไปด้านหลัง ทำให้ช่องไขสันหลังแคบลงจนกดทับประสาทไขสันหลัง หรือถ้าหินปูนยื่นออกด้านข้างก็จะไปกดทับรากประสาท (cervical spondylotic radiculopathy) จนมีอาการปวดชาที่แขนได้

กระดูกคอเสื่อม สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยจะพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป แต่ก็มีแนวโน้มการเกิดกระดูกคอเสื่อมก่อนวัยอันควรได้สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

อาการกระดูกคอเสื่อมเป็นยังไง แบบไหนที่ควรพบแพทย์บ้าง?

โรคกระดูกคอเสื่อม มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดคอ ปวดศีรษะ มีก้อนที่คอ ขยับคอแล้วมีเสียง สะบักจม รวมถึงอาการกล้ามเนื้อกระตุก ในบางรายอาจมีภาวะกระดูกงอกหรือหมอนรองกระดูกเสื่อมกดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง จนเกิดอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

  • กระดูกคอเสื่อมที่ทำให้เกิดการกดทับรากประสาท (Radiculopathy) : ส่งผลให้ผู้ป่วยปวดร้าวลงแขนไล่ไปถึงปลายนิ้วมือ มีอาการชา และอ่อนแรงในแขนข้างที่รากประสาทถูกกดทับ
  • กระดูกคอเสื่อมที่ทำให้เกิดการกดทับไขสันหลัง (Myelopathy) : ผู้ป่วยจะใช้งานแขนและมือได้น้อยลง รู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตเวลาก้มหรือเงยหน้า (Lhermitte sign) มีปัญหาด้านการทรงตัว ยืนไม่มั่นคง ล้มง่าย และกลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่อยู่

แม้อาการปวดคอจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่หากปวดเรื้อรังเกิน 3 เดือน ร่วมกับมีอาการในกลุ่มโรคกระดูกคอเสื่อมที่ทำให้เกิดการกดทับไขสันหลังหรือรากประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันที

สาเหตุโรคกระดูกคอเสื่อม ไม่อยากคอเสื่อมไวต้องระวัง

สาเหตุของกระดูกคอเสื่อม
what-causes-cervical-spondylosis

โรคกระดูกคอเสื่อมไม่ได้เกิดแค่กับผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจุบันสามารถพบปัญหากระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาทกับไขสันหลังในกลุ่มคนอายุน้อยได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยสาเหตุที่ทำให้กระดูกคอเสื่อมไว มีดังนี้

1. ความเสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้น

อายุมากขึ้น ทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อมสภาพลงตามธรรมชาติ กระดูกจะหนาแน่นน้อยลง เกิดการสูญเสียน้ำในหมอนรองกระดูกกับความยืดหยุ่นไป ข้อต่อแต่ละปล้องของกระดูกหลังคอจึงต้องรับแรงกระแทกเพิ่มขึ้น เป็นเหตุให้กระดูกคอเสื่อม

2. ใช้งานกระดูกคอในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นประจำ

กระดูกคอเสื่อมสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้คออย่างไม่ถูกต้อง เช่น ก้มหน้ามองจอเป็นเวลานาน นั่งคอยื่นไปด้านหน้า การนอนคว่ำอ่านหนังสือ นอนหมอนสูงเกินไป รวมถึงการแหงนหน้านาน ๆ หรือหมุนคอบ่อย ๆ เป็นต้น

3. ได้รับอุบัติเหตุที่เกิดแรงกระแทกบริเวณคอ

ผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุ เช่น รถชน ถูกตีด้วยของแข็ง ล้ม รวมถึงอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาบางชนิด แล้วเกิดแรงกระแทก จนได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะกับคอ มักมีโอกาสเกิดภาวะกระดูกคอเสื่อมได้ง่าย

4. มีโรคประจำตัวมาตั้งแต่กำเนิด

คนที่เกิดมาพร้อมโรคประจำตัว อย่างกลุ่มอาการคลิปเปล-ไฟล์ (Klippel-Feil Syndrome) ซึ่งมีกระดูกคอเชื่อมติดกันเกิน 2 ข้อ หรือคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อคอกระตุกเกร็ง (Cervical Dystonia) ต่างก็เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกคอเสื่อมเช่นกัน

วิธีรักษากระดูกคอเสื่อม บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง

กระดูกคอเสื่อมรักษาหายไหม? กระดูกคอเสื่อม ต้องรักษายังไง? หากผู้ป่วยเข้าพบแพทย์ จะได้รับการวินิจฉัยอาการ พร้อมพิจารณาเลือกวิธีรักษาดังต่อไปนี้

  • ผ่าตัดรักษากระดูกคอเสื่อม จะทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง ตรวจพบการกดทับที่รากประสาทหรือไขสันหลัง เป็นมานานกว่า 6 เดือน ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา และการทำกายภาพบำบัด
  • การใช้ยารักษา แพทย์จะให้ยาลดการอักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้คออยู่ในท่าที่ถูกต้องมากขึ้น ไม่ใช้งานหักโหม เป็นวิธีรักษาที่เหมาะกับกระดูกต้นคอเสื่อมระดับเริ่มต้น
  • การใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงคอ เพื่อลดการเคลื่อนของกระดูก จะช่วยบรรเทาอาการปวดบวมได้ แต่ควรใช้เป็นระยะ ๆ เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อต้นคอลีบฝ่อ
  • การทำกายภาพบำบัด เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ ทั้งยังช่วยลดอาการปวดคอได้ดี

กระดูกคอเสื่อม อย่าปล่อยไว้ให้กวนใจ รีบรักษาก่อนเกิดภาวะทุพพลภาพ

กระดูกคอเสื่อม เกิดจากปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มมากขึ้น การใช้งาน ไปจนถึงเรื่องของกรรมพันธุ์ มักส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดคอ ปวดสะบัก บางรายอาจปวดร้าวลงแขน กล้ามเนื้ออ่อนแรง กลั้นขับถ่ายไม่ได้ เนื่องจากมีการกดทับที่รากประสาทและไขสันหลัง ทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพที่ไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามปกติ หากพบว่าตนเองมีอาการของโรคกระดูกคอเสื่อม จึงควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

สำหรับผู้ที่ต้องการรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อให้อาการกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว สามารถปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า เพราะที่นี่มีแพทย์เฉพาะทางคอยให้บริการ สามารถนำเทคนิคต่าง ๆ มาใช้ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย ทั้งยังมีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ครบครัน ช่วยเสริมผลลัพธ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ช่องทางการติดต่อ

  • Facebook: Praram 9 hospital
  • Line @Praram9Hospital
  • โทร 1270