ดอกต้นหอมป่าในอำเภอหมินฉิน เมืองอู่เวย มณฑลกานซู่ (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)
Allium mongolicum หรือต้นหอมป่าสายพันธุ์เอเชียทนแล้งทนหนาว กำลังสร้างประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในอำเภอหมินฉิน เมืองอู่เวย มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
เนื่องจากมณฑลกานซู่ตั้งอยู่ระหว่างทะเทรายปาตันจี๋หลิน (Badain Jaran Desert) และทะเลทรายเถิงเก๋อหลี่ (Tengger Desert) ด้วยสภาพอากาศที่แห้งแล้งตลอดทั้งปี จึงเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นหอมป่าชนิดนี้
รัฐบาลท้องถิ่นพัฒนาอุตสาหกรรมต้นหอมป่าอย่างเป็นระบบ ผสมผสานการปลูกในเรือนกระจกและทุ่งโล่ง พร้อมเชื่อมโยงฐานการผลิต ครัวเรือน และสหกรณ์

ทุ่งต้นหอมป่าในหมู่บ้านปาอี ตำบลต้าป้า อำเภอหมินฉิน เมืองอู่เวย มณฑลกานซู่ (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)
“ฉันปลูกต้นหอมป่าบนพื้นที่กว่า 20 หมู่ (ประมาณ 1.33 เฮกตาร์) โดยมีเรือนกระจก 7 หลัง” เย่ ฮุ่ยเซียง ผู้ปลูกต้นหอมป่าที่มีประสบการณ์ปลูกมากว่า 15 ปี จากหมู่บ้านปาอี ตำบลต้าป้าในอำเภอหมินฉิน กล่าว
เย่เน้นย้ำถึงข้อดีของพืชชนิดนี้ ซึ่งรวมถึงการใช้น้ำน้อย ต้นทุนการผลิตต่ำ และวงจรกำไรที่ยาวนาน “ความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของเราอย่างมาก” เย่กล่าว
อุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้มั่นคงแก่ผู้ปลูก แต่ยังสร้างโอกาสในการจ้างงานที่มั่นคงให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งสามารถทำงานในทุ่งและโรงงานแปรรูปใกล้บ้านได้อีกด้วย

คนงานกำลังเก็บต้นหอมป่าในอำเภอหมินฉิน เมืองอู่เวย มณฑลกานซู่ (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)
หมู่บ้านปาอีถือเป็นศูนย์กลางการผลิตต้นหอมป่าของมณฑล ที่ฐานเพาะปลูกในท้องถิ่น คนงานกำลังง่วนอยู่กับการเก็บเกี่ยว บรรจุ ชั่งน้ำหนัก และบรรทุกผลผลิตเพื่อขนส่ง จนถึงปัจจุบัน ตำบลต้าป้าพัฒนาเรือนกระจกกว่า 700 แห่ง และพื้นที่เพาะปลูก 15,000 หมู่ ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าผลผลิตมากกว่า 200 ล้านหยวน และทำให้อำเภอหมินฉินกลายเป็นฐานปลูกและจำหน่ายต้นหอมป่า Allium mongolicum ที่ใหญ่ที่สุดในจีน
หมู่บ้านแห่งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งผลิตต้นหอมป่าคุณภาพพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและขยายตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งออกไปยังหลายมณฑลและเขตปกครองทั่วประเทศ
ที่มา People’s Daily Online

