เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราได้นำเสนอเรื่องราวของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “ภูมิภาคเนื้อหอม” ไปแล้ว 1 ตอน โดยหยิบยกสิ่งที่น่าจับตามองในปี 2560 ของประเทศสมาชิก 5 ประเทศ เริ่มจากฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนของปีนี้ บรูไนดารุสซาลามที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด กัมพูชาที่มีการขยายตัวของภาคบริการและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อินโดนีเซียในฐานะฐานการผลิตและตลาดใหญ่ของอาเซียน และสปป. ลาว ในฐานะประตูการค้าของอาเซียนสู่จีน ในครั้งนี้ เราขอนำเสนอสิ่งที่น่าจับตามองในปี 2560 ของประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 5 ประเทศ

มาเลเซีย : เร่งการปฏิรูปสู่ “1 Malaysia”
นโยบาย “1 Malaysia” ของรัฐบาลมาเลเซียในการปฏิรูปประเทศให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี ค.ศ. 2020 ยังเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมาเลเซียทุ่มงบประมาณจำนวนมากให้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และเน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาเลเซียให้เป็น “ประเทศที่มีความยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และมีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับแนวหน้าของภูมิภาค” การขยายตัวด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดบริเวณชายแดน อาทิ ทางตอนใต้ของประเทศที่ติดกับสิงคโปร์ เป็นตัวอย่างและสัญญาณที่แสดงให้ถึงความร่วมมือและความสัมพันธ์อันแนบแน่นมากยิ่งขึ้นของภูมิภาคบนพื้นฐานของการเติบโตแบบมั่งคั่งร่วมกัน โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank –ADB) คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของมาเลเซียในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 4.4
เมียนมา : เพชรเม็ดงามแห่งประชาคมอาเซียนในขณะนี้
คงไม่ผิดหากจะกล่าวว่า ในช่วงเวลานี้ เมียนมาเป็นประเทศเนื้อหอมที่สุดในประชาคมอาเซียน เมียนมามีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 ที่ร้อยละ 8.4 โดยในปี 2560 ADB ยังคงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจถึงร้อยละ 8.3 เมียนมามีความได้เปรียบเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมายและหลากหลาย มีภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงกับทั้งจีน อินเดีย และประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียน ในปี 2559 เมียนมาสร้างเสถียรภาพความมั่นคงด้านการเมืองให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมโลก และในปีนี้ คงยากที่จะปฏิเสธว่า เมียนมาเป็นที่หมายตาของธุรกิจพลังงาน รวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ สิ่งที่เพชรเม็ดงามแห่งประชาคมอาเซียนเม็ดนี้ต้องเร่งพัฒนา คือ โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่ต้องเร่งเวลาในการขยายความเจริญให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
สิงคโปร์ : สยายปีกขยายการลงทุนสู่ภูมิภาค
สิงคโปร์ขึ้นแท่นประเทศที่มั่งคั่งกว่าประเทศสมาชิกอื่นใดในประชาคมอาเซียน มีทั้งความพร้อมในแง่การลงทุน เป็นแหล่งรวมของชนชั้นหัวกะทิของภูมิภาค และมีภาครัฐที่คอยสนับสนุนการขยายการลงทุนไปในทุกพื้นที่ของภูมิภาค ภาพของสิงคโปร์ที่พร้อมขนเม็ดเงินไปลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูงที่ต้องใช้เทคโนโลยีในประเทศสมาชิกอาเซียนจึงไม่ได้เป็นภาพที่เหนือความคาดหมาย สิงคโปร์ยังคงยืนหยัดการเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาคทั้งในรูปแบบเดิมและการผันตัวไปสู่ศูนย์กลางการเงินแบบใหม่บนโลกธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทวีความสำคัญยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป
ไทย : เร่งปรับตัวรับความท้าทาย
สำหรับประเทศไทย แม้ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อปี 2559 จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่สวยงามนักในแง่ความรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจ อันเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่กระทบการส่งออก ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของประเทศ จนตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่การเปิดประชาคมอาเซียนเสมือนเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ไทยโดดเด่นบนเวทีการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่หลายประเทศในประชาคมอาเซียนพยายามพัฒนามาโดยตลอด การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พุ่งสูงขึ้นและกระจายตัวไปยังหัวเมืองภูมิภาคสร้างรายได้และเม็ดเงินให้ท้องถิ่น การขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน การสื่อสารโทรคมนาคม การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ Thailand 4.0 ต่างเป็นสิ่งที่ไทยพยายามเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคต
เวียดนาม : ผันตัวสู่ฐานการส่งออกของอาเซียน
สิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดสำหรับเวียดนาม คือ การเติบโตและการพัฒนาอย่างรวดเร็วในแทบทุกด้าน ส่งผลให้เวียดนามผันตัวเองจากประเทศผู้ผลิต ส่งออก และค้าขายสินค้าพื้นฐานอย่างน้ำมันดิบ ยางพารา เสื้อผ้า สิ่งทอ อาหารทะเล ข้าว กาแฟ และรองเท้า มาเป็นประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สินค้าส่งออกสู่ตลาดโลกของเวียดนามจึงมีตั้งแต่ข้าวไปถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เวียดนามขึ้นแท่นเป็นผู้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน นอกจากนี้ การค้าในระดับทวิภาคีก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ค.ศ. 2020 ADB คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามไว้ที่ร้อยละ 6.3 และในปีนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ประชาชนเวียดนามจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการขยายตัวและการมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศจากข้อมูลรายประเทศและภาพรวมทิศทางการเติบโต โอกาสและการก้าวไปข้างหน้าของประเทศสมาชิกในประชาคมอาเซียนสำหรับปี 2560 รวมถึงข้อมูลจากการคาดการณ์โดยทั้งหน่วยงานระดับประเทศและระหว่างประเทศต่างประเมินและคาดการณ์ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียนจะยิ่งรุดหน้าในปีนี้ ซึ่งน่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าการจับมือและก้าวไปข้างหน้าด้วยกันของเพื่อนพ้องอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ทำให้ประชาคมอาเซียนเข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากยิ่งขึ้น และมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่ปีที่ 2 ของประชาคมอาเซียนอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง

