นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ (INTOSAI WGEA) ได้รับเชิญจาก INTOSAI Development Initiative : IDI และ United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD โดยเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 ณ สำนักงานสหประชาชาติ(UN) นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส
ในวันเปิดการประชุม วันที่ 11 พฤศจิกายน มีถ้อยแถลงจากผู้แทนของสหประชาชาติ และ ดร.ฮุสซัม อาลังการี ประธานคณะกรรมการนโยบาย การเงิน และบริหารของ INTOSAI และประธาน สตง.ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบภาครัฐต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)

ช่วงเช้าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหลายประเทศ โดย ประเทศไทย ได้รับเกียรติให้ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “บทบาทขององค์กรตรวจเงินแผ่นดินในการตรวจสอบและให้ความเชื่อมั่นต่อรายงานความยั่งยืน”(The Role of Supreme Audit Institutions in Auditing and Assurance of Sustainability Reporting in the Public Sector) โดยมี ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (ภูมิภาคที่ 1) ร่วมเป็นผู้แทนของประธาน INTOSAI WGEA นำเสนอประสบการณ์ของไทยในการริเริ่มการวิเคราะห์รายงานความยั่งยืนของหน่วยรับตรวจผ่านแนวคิด Audit Lab และ Constructive Audit Approach ซึ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้หน่วยรับตรวจ พร้อมถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาระบบการตรวจสอบความยั่งยืนในภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
การประชุมวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นการประชุม ISAR 42 มีการเปิดเวทีระดับสูง (High-level Panel) เพื่อหารือการประสานมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนทั่วโลก โดยมีผู้แทนจาก ISSB, EFRAG, IAASB, IESBA และ สตง. หรือ INTOSAI (ผ่าน European Court of Auditors) เข้าร่วม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เวทีด้านการรายงานของสหประชาชาติเปิดพื้นที่ให้องค์กรตรวจเงินแผ่นดินมีบทบาทร่วมอย่างเป็นทางการ

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 การประชุม ISAR 42 ของ UNCTAD ได้เข้าสู่วาระสำคัญลำดับที่ 4 ว่าด้วยการบูรณาการ “ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)” และ “ทุนมนุษย์ (Human Capital)” เข้าสู่การรายงานความยั่งยืน ซึ่งเป็นประเด็นกำหนดทิศทางการพัฒนามาตรฐานระดับสากลในช่วงปี 2569 – 2573 โดยในการประชุมครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้กำหนดมาตรฐานจากหลายภูมิภาคได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองอย่างเข้มข้น
ISAR เป็นคณะทำงานภายใต้ UNCTAD ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 เพื่อเป็นเวทีระหว่างประเทศในการพัฒนา การแลกเปลี่ยน และการสร้างความกลมกลืนของ มาตรฐานการบัญชี การรายงานทางการเงิน และการรายงานความยั่งยืน (Sustainability Reporting) สำหรับทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ
ปัจจุบัน ISAR ทำหน้าที่เป็น “จุดเชื่อม” ระหว่างองค์กรมาตรฐานหลักของโลก เช่น IFRS Foundation / ISSB (International Sustainability Standards Board) IPSASB (International Public Sector Accounting Standards Board) EFRAG, GRI, IAASB, IESBA และ IFAC ซึ่งล้วนเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาตรฐานการรายงานความยั่งยืนและการให้ความเชื่อมั่น

โดยมีสาระสำคัญของการประชุมดังนี้
1. การรายงานความยั่งยืนกำลังขยายขอบเขตจาก “คาร์บอน” ไปสู่ “ธรรมชาติและมนุษย์” โดยมาตรฐานของโลกกำลังเน้นให้รายงานผลกระทบต่อระบบนิเวศ พื้นที่เสี่ยง ชุมชน และแรงงานควบคู่กับข้อมูลสภาพภูมิอากาศ
2. มาตรฐานใหม่เน้นข้อมูลเชิงพื้นที่และผลกระทบจริง ซึ่งมาตรฐาน ESRS, GRI และ TNFD กำหนดให้เปิดเผยข้อมูลที่อ้างอิงพื้นที่จริง เช่น ป่า พื้นที่ชุ่มน้ำ และระบบนิเวศสำคัญ รวมถึงผลกระทบด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน
3. Biodiversity จะเป็นหัวข้อรายงานภาคบังคับในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะยุโรปซึ่งกำหนดรายละเอียดเข้มงวดทั้งด้านการฟื้นฟูพื้นที่ การประเมินผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และห่วงโซ่อุปทาน
4. Human Capital ถูกยกระดับเป็นตัวชี้วัดหลักของความยั่งยืน ประเทศต่าง ๆ เน้นการรายงานข้อมูลแรงงาน ทักษะ ความปลอดภัย ช่องว่างรายได้ และสภาพการจ้างงานอย่างโปร่งใส
5. ประเทศกำลังพัฒนาต้องเร่งพัฒนาระบบข้อมูลและบุคลากร ทั้งนี้หลายประเทศชี้ว่าการขาดข้อมูลด้านธรรมชาติและแรงงานเป็นอุปสรรคต่อการรายงานความยั่งยืน จึงจำเป็นต้องพัฒนาฐานข้อมูล เครื่องมือ และบุคลากรรองรับมาตรฐานใหม่
6. ข้อมูล Biodiversity และ Human Capital ต้องถูกรวมเป็นข้อมูลระดับประเทศสำหรับรายงาน SDGs การประชุมย้ำความสำคัญของระบบรายงานที่สามารถรวบรวมข้อมูลจากระดับองค์กรสู่ระดับประเทศในการติดตามเป้าหมาย SDGs
7. มาตรฐานสากลกำลังพัฒนาสู่ความสอดคล้องร่วมกัน (Interoperability) ซึ่ง ISSB–ESRS–GRI–TNFD อยู่ระหว่างการจัดทำ Mapping เพื่อให้ใช้ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
8. ทุกประเทศต้องเร่งสร้างความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ และระบบข้อมูล โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ การประเมินความเสี่ยงของระบบนิเวศ และข้อมูลแรงงานรูปแบบใหม่

หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุม ท่านผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและคณะผู้แทนไทยได้รับเกียรติจากนางสาวอุศณา พีรานนท์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะผู้แทน สตง. ไทย
การต้อนรับดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือที่ดีระหว่างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ในการผลักดันบทบาทของประเทศไทยบนเวทีระหว่างประเทศด้านความยั่งยืน ความโปร่งใส และการตรวจสอบภาครัฐต่อไปในอนาคต

🔹 แนวทางขับเคลื่อนต่อไปในกรอบ INTOSAI WGEA ของ สตง.ไทย มี 3 ด้าน ได้แก่
1. วางกรอบแนวทาง Public Sector Sustainability Assurance Framework ในการทำงานร่วมกับ INTOSAI WGEA
2. พัฒนา SR ใน Audit Lab ด้าน Climate, Biodiversity และ Human Capital ภายใต้ INTOSAI WGEA
3. นำประเด็นนี้บรรจุใน Green Bridge Forum 2026 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางตรวจสอบรายงานทางการเงินอย่างยั่งยืนของภาครัฐในอนาคต


