เมื่อระบบพลังงานถึงทางตัน “T3 คือหมุดสำคัญฟื้นเสถียรภาพไฟฟ้าไทย”

25.11.25 | 17:30 น.

ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับความจำเป็นของ “สถานีรับ–จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวแห่งที่ 3 (T3)” ข้อมูลจริงด้านพลังงานกลับสะท้อนภาพตรงข้ามว่า ระบบไฟฟ้าไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงที่มี “ช่องโหว่” มากขึ้น ทั้งจากดีมานด์ก๊าซที่ผันผวน อากาศร้อนจัด ก๊าซในประเทศลดลง และเหตุฉุกเฉินที่เกิดถี่ขึ้น ทำให้สถานีเดิมไม่เพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงในอนาคต การลงทุนสร้าง T3 จึงเป็นการเพิ่มเสถียรภาพให้ระบบ ไม่ใช่โครงการฟุ่มเฟือยอย่างที่หลายคนกังวล

ปัจจุบันไทยมีสถานี LNG 2 แห่ง รวมศักยภาพ 19 ล้านตันต่อปี แม้ตัวเลขเฉลี่ยรายปีจะดูเพียงพอ แต่ในปี 2566 ประเทศใช้ก๊าซช่วงหน้าร้อนจนแตะขีดความสามารถของสถานีทั้งสองเป็นครั้งแรก หากความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็จะไม่มีศักยภาพรองรับทันที ดังนั้น T3 จึงเปรียบเสมือน “เพดานความปลอดภัยใหม่” ที่เพิ่มพื้นที่สำรองในช่วงโหลดสูง ไม่ใช่เพียงการสร้างสถานีเพื่อเพิ่มกำลังเกินจำเป็น อีกประเด็นสำคัญคือมาตรฐานความมั่นคง N-1 (N-1 Security Criteria: หากโครงสร้างพื้นฐานหลักเสียไป 1 ระบบ อีกระบบต้องรองรับได้ทันที) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงพลังงาน แต่ประเทศไทยยังทำไม่ได้จริง เหตุฉุกเฉินที่ผ่านมา เช่น ไฟไหม้ มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล (MTT) ซึ่งอยู่ติดกับ T1 ทำให้มีความเสี่ยงต้องหยุดให้บริการกรณีเหตุการณ์ขยายวงกว้าง และเหตุท่าเทียบเรือ LMPT2 ทำให้สถานีต้องหยุดรับเรือเป็นเวลานาน ชี้ให้เห็นว่าระบบปัจจุบันเปราะบาง หากไม่มีสถานีสำรองอย่าง T3 ระบบไฟฟ้าจะเสี่ยงสูง เพราะโรงไฟฟ้าก๊าซยังเป็นกำลังผลิตหลักของประเทศในเวลานี้

ขณะเดียวกัน ปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยและเมียนมาลดลงตามร่าง Gas Plan 2024 ทำให้ไทยต้องนำเข้า LNG มากขึ้น แม้ดีมานด์ก๊าซรวมของประเทศจะไม่เพิ่ม แต่สัดส่วน LNG จะเพิ่มต่อเนื่อง เนื่องจากก๊าซทางท่อลดลง การรองรับสถานการณ์นี้ต้องอาศัยทั้งกำลังแปรสภาพก๊าซ (Regasification) และถังเก็บ (Tank) ที่มีความสามารถสูงกว่าเดิม ซึ่งสถานีปัจจุบันไม่เพียงพอ นอกจากนี้ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) เช่น แสงอาทิตย์และลม กลับทำให้ความต้องการใช้ก๊าซ “เหวี่ยงตัวมากขึ้น” สำนักงาน กกพ. ให้ข้อมูลว่า การคำนวณค่าบริการสถานี (Ld) อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์โปร่งใส อีกทั้งยังมีแนวทางกำหนด ‘Price Path’ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระตกกับผู้ใช้ไฟในช่วงแรก เพราะเมื่อแดดหรือแรงลมลดลง โรงไฟฟ้าก๊าซต้องเร่งเดินเครื่องทันที ทำให้ต้องมี LNG พร้อมใช้งานอย่างรวดเร็วและมีปริมาณพอเพียง สถานี T3 จึงทำหน้าที่เหมือน “แบตเตอรี่ระบบใหญ่” ที่รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน รักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า และช่วยให้ไทยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดได้อย่างมั่นคงในด้านต้นทุนประชาชน สำนักงาน กกพ. ชี้ชัดว่าการคำนวณค่าบริการสถานี (Ld) อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์โปร่งใส อีกทั้งยังมีแนวทางกำหนด “Price Path” เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระตกกับผู้ใช้ไฟในช่วงแรกที่สถานียังมีดีมานด์ไม่เต็มศักยภาพ

เมื่อนำทุกปัจจัยมาประกอบกัน จะเห็นได้ว่า T3 ไม่ใช่เพียงโครงการด้านก๊าซ แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงพลังงาน” ที่จำเป็นสำหรับประเทศไทยในช่วงที่ดีมานด์เหวี่ยงแรงขึ้น เหตุฉุกเฉินเกิดบ่อยขึ้น และก๊าซในประเทศลดลงต่อเนื่อง การมีสถานีแห่งที่ 3 จึงเป็นการอุดช่องว่างสำคัญของระบบพลังงานไทย เพื่อให้ประเทศเดินหน้าสู่ยุคพลังงานสะอาดได้อย่างปลอดภัย มั่นคง และลดความเสี่ยงต่อวิกฤตไฟฟ้าในอนาคตอย่างแท้จริง