สถ. เตรียมพร้อม อปท. รับมือสถานการณ์ ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

26.11.25 | 11:44 น.

สถ. เตรียมพร้อม อปท. รับมือสถานการณ์ ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5
อย่างเข้มข้น บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หวังแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เน้นการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ การลดมลพิษในเขตชุมชนเมือง การแจ้งเตือนและการสร้างการรับรู้ ดูแลสุขภาพประชาชน และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีนโยบายสำคัญเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในหลายด้าน ทั้งด้านนโยบาย เช่น การจัดทำแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 การจัดทำแผนการป้องกันและควบคุมไฟป่า เป็นต้น และด้านงบประมาณ โดยสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ อีกทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 เกินค่ามาตรฐาน เพื่อเตือนภัยแจ้งเหตุฉุกเฉินให้ประชาชนได้ทราบข่าวสารทันสถานการณ์

นายธีรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในปีนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันรณรงค์งดการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยส่งเสริมให้มีการนำตอซังข้าวหรือฟางข้าวไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าแทนการเผา รวมทั้ง รณรงค์งดการเผาใบไม้หรือกิ่งไม้ โดยนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักหรือจัดรถเก็บขนเพื่อนำไปทำการย่อยสลายแทนและปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงต่อการเผา โดยใช้กลไกอาสาสมัครในพื้นที่ เช่น อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกในการแจ้งเหตุเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และพื้นที่ชุมชน เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด ฝ่าฝืน หรือลักลอบเผา บรรเทาความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน รวมไปถึงต้องควบคุมพื้นที่ที่เสี่ยงหรือเป็นต้นเหตุของการเกิดฝุ่น เช่น ถนน โรงงาน เป็นต้น และที่สำคัญต้องดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวด้วย

Advertisement

“ขอเชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ร่วมกันดำเนินมาตรการต่าง ๆ  อย่างเข้มข้น จริงจัง ในฐานะที่เป็นหน่วยงานในระดับพื้นที่ซึ่งถือเป็นรากฐานและหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา ทั้งไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มาร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนไทยมีอากาศบริสุทธิ์ใช้ และสามารถส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้ต่อไป” นายธีรุตม์ กล่าวทิ้งท้าย