UNFPA ประเทศไทย จัดการประชุมพหุภาคี เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางประชากรของไทย

3.12.25 | 15:07 น.

UNFPA ประเทศไทยจัดการประชุมเสวนาพหุภาคี ทบทวนความสำเร็จ และร่วมออกแบบอนาคตเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางประชากรของไทย

กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ประเทศไทย จัดการประชุมพหุภาคี “Recognising Achievements and Co-Creating the Future” ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เพื่อทบทวนความสำเร็จด้านประชากรของไทยและร่วมออกแบบทิศทางอนาคต โดยมีผู้เข้าร่วมเกือบ 200 คนจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง สะท้อนการรวมพลังเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ขณะอัตราการเกิดลดต่ำเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และระบบสังคมไทย โดย UNFPA และรัฐบาลไทยได้ร่วมขับเคลื่อนประเด็นประชากรมายาวนานกว่า 54 ปี ทั้งด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ ความเท่าเทียมทางเพศ และการลดการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

ดร.จูลิตตา โอนาบันโจ ผู้อำนวยการ UNFPA ประเทศไทย กล่าวว่าการเปลี่ยนผ่านด้านประชากรของไทยต้องขับเคลื่อนด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ การมีส่วนร่วม และการเคารพสิทธิ พร้อมชี้ว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่จำนวนประชากร แต่อยู่ที่ “ทางเลือก” ของประชาชนในการมีบุตรและการเข้าถึงระบบสนับสนุนที่เหมาะสม เธอยังย้ำถึงแผนยุทธศาสตร์ UNFPA ปี 2026–2029 ที่เพิ่มเติมเสาหลัก “ความยืดหยุ่นทางประชากร” ควบคู่กับเป้าหมาย Three Zeros เพื่อสร้างโครงสร้างสังคมที่รองรับทุกช่วงวัย ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเน้นความสำคัญของข้อมูลประชากรและนวัตกรรมดิจิทัล ในการกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมสูงวัย และพร้อมร่วมมือกับ UNFPA อย่างใกล้ชิด

รายงานการประเมินโครงการความร่วมมือปี 2022–2026 ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าโดดเด่นด้านภาวะเจริญพันธุ์ การวางแผนครอบครัว การคุ้มครองผู้ประสบความรุนแรงทางเพศ และบทบาทนำในการเผยแพร่ความรู้สู่ประเทศอื่นผ่านความร่วมมือใต้–ใต้ แม้ยังมีช่องว่างสำหรับแรงงานข้ามชาติ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้สูงอายุ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง UNFPA จึงเชิญชวนทุกภาคส่วนเสนอประเด็นสำคัญสำหรับแผนโครงการฉบับใหม่ปี 2027–2031 เพื่อผลักดันนโยบายที่ครอบคลุมมากขึ้น

Advertisement

การประชุมยังรวมถึงการนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการด้านประชากร สุขภาพ และการเงินเพื่อสนับสนุนวาระ ICPD พร้อมการประกาศคำมั่นระดับชาติด้านการวางแผนครอบครัว 2030 ที่เน้นการคุมกำเนิดสมัยใหม่ เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และการจัดการปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลงานของโครงการเสริมพลังเยาวชนและภาคีเครือข่ายบน UNFPA Marketplace เช่น SoSafe และ Her Power ที่สะท้อนบทบาทของชุมชนในการร่วมออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ช่วงบ่ายมีเวทีสะท้อนเสียงจากกลุ่มประชากรเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และเยาวชน เพื่อนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมการเสวนาเรื่องความร่วมมือและการระดมทุนเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางประชากร โดยผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ผู้บริจาค นักวิชาการ และสื่อมวลชนร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการลงทุนที่ยั่งยืนเพื่อสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ สุขภาพทางเพศ และระบบการดูแล เพื่อให้ไทยสามารถปรับตัวต่อโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

การประชุมปิดท้ายด้วยเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างระบบความร่วมมือ นวัตกรรม และการลงทุนที่ยั่งยืน โดยยึดสิทธิและทางเลือกของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และตอกย้ำว่าความยืดหยุ่นทางประชากรของประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้จากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ดังที่ดร.โอนาบันโจกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้คือการเริ่มต้นพันธสัญญาใหม่ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากรเพื่อศักดิ์ศรี ความมั่นคง และโอกาสสำหรับทุกคน