รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง ม.สวนดุสิต เผยแพร่นวัตกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามรอยเส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” E-book สู่สาธารณชน ในงานเปิดตัว Thailand SRI Index 2025 เวทีชี้ทิศวิจัย–นวัตกรรมไทย

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ ห้องนภาลัย แกรนด์บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ในฐานะหัวหน้าโครงการ และผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร” (Hub of Talent in Gastronomy Tourism) มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำนวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยแนวคิด “ตามรอยเส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ในโครงการท่องเที่ยว “เส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” เข้าร่วมงาน “ทิศทางวิจัย x นวัตกรรมไทย 2569 : Thailand SRI Index 2025” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ ธนาคารโลก
ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมงานสนใจเยี่ยมชมเปิดดูเพื่อศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เป็นจำนวนมากพร้อมชื่นชมผลการดำเนินงานนวัตกรรมในครั้งนี้อย่างล้นหลาม

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี เปิดเผยว่า “การนำเสนอข้อมูลเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “เส้นทางสายไหม สายใยรักจากพระพันปีหลวง” เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการฟื้นฟูผ้าไหมอีสาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงแก่ประชาชน ผ่านการตั้งศูนย์ศิลปาชีพ และโครงการพัฒนาหลายด้าน ทั้งป่าไม้ น้ำ เกษตรกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น จนเกิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4 เส้นทาง ที่เล่าเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณและวิถีชีวิตของชุมชนอีสานอย่างลึกซึ้ง ให้แก่สาธารณชนได้รับทราบ”
ซึ่งเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั้ง 4 เสนทาง ประกอบด้วย
เส้นทางที่ 1: พื้นที่ทรงงานภูพาน (นครพนม–สกลนคร)
เป็นพื้นที่ต้นแบบโครงการพระราชดำริ มุ่งแก้ปัญหาความยากจน การขาดน้ำ และป่าเสื่อมโทรม โดยส่งเสริมการเกษตร ปศุสัตว์ และงานทอผ้าไหม จุดสำคัญได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน พระตำหนัก ภูพานราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพ และแหล่งผ้าย้อมครามดอนกอย รวมถึงวัด–พิพิธภัณฑ์สายวิปัสสนา เส้นทางนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นผลจริงของการพัฒนาตามพระราชดำริ
เส้นทางที่ 2: จากน้ำพระทัยสู่ผ้าไหมแพรวา (ขอนแก่น–กาฬสินธุ์–มุกดาหาร)
เล่าเรื่องผ้า “แพรวา” มรดกผู้ไทที่เคยใกล้สูญหาย เพราะทอยากและใช้เวลานาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงฟื้นฟูและรับซื้อเพื่อช่วยชาวบ้านโพน ทำให้แพรวากลายเป็นผ้าไหมระดับประเทศ สถานที่เด่น ได้แก่ ชุมชนดอนข่า ศาลาไหมไทย โครงการแพรวาบ้านโพน ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไท และหมู่บ้านบ้านภู ซึ่งถ่ายทอดวิถีชนเผ่าผู้ไทโดยตรง

เส้นทางที่ 3: เส้นทางผ้าไหมมัดหมี่อีสานใต้ (บุรีรัมย์–สุรินทร์–ศรีสะเกษ–อุบลราชธานี)
ผ้าไหมมัดหมี่เคยเป็นงานครัวเรือนที่ไม่มีตลาดรองรับ ชาวบ้านต้องนำผ้าไปแลกข้าวจนเกิดความยากจน สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงช่วยเหลือโดยรับซื้อผ้าจากบ้านนาโพธิ์ ฟื้นลวดลายโบราณกว่า 2,000 ลาย ทำให้ผ้ามัดหมี่กลายเป็นสินค้าส่งออก สร้างรายได้หลักให้หลายชุมชน แหล่งสำคัญ เช่น บ้านนาโพธิ์ พนมรุ้ง บ้านจันทร์โสมา ศูนย์คชศึกษา และศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย
และ เส้นทางที่ 4: ผ้าขิดไหมอีสานเหนือ (อุดรธานี–หนองบัวลำภู–หนองคาย)
ผ้าขิดเป็นงานทอยาก ใช้เทคนิคไม้เก็บขิด ทอเพื่อใช้ในพิธีกรรมพุทธศาสนา สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเห็นคุณค่าจึงมีพระราชดำริให้ฟื้นฟู จนชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการทอผ้า สถานที่เด่นได้แก่ ตลาดผ้านาข่า บ้านกุดแห่ และตลาดท่าเสด็จ ซึ่งเป็นศูนย์รวมผ้าขิดคุณภาพ

เส้นทางสายไหม ทั้ง 4 เส้นทาง เป็นการท่องเที่ยวที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ที่ทรงอนุรักษ์ผ้าไหมอีสาน ฟื้นฟูอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้านอย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวที่เดินทางตามเส้นทางเหล่านี้จึงได้ทั้งความรู้ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และยังได้ร่วมสนับสนุนชุมชนโดยตรง อีกด้วย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ปรจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เลขที่ 295 ถนนราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. 10300 เลขานุการโครงการ ดร.นวนันทน์ ศรีสุขใส โทร 0802282290 , 02-2445972

อรวรรณ สุขมา : รายงาน
ธนกฤต วีระพิพัฒน์ : ถ่ายภาพ

