รุกอุตสาหกรรม Personal Care ครั้งแรกในประเทศไทย
กรุงเทพฯ – 17 ธันวาคม 2568 – เชลล์ตอกย้ำบทบาทผู้นำเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก เดินหน้าขยายธุรกิจข้ามอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยการรุกตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) เปิดตัว Shell Silk Alkane ส่วนผสมคุณภาพระดับพรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล พัฒนาจากเทคโนโลยี Gas-to-Liquids (GTL) ที่มีมาตรฐานความบริสุทธิ์ระดับเภสัชกรรม ปลอดภัยสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การเปิดตัวสู่ตลาด Personal Care ครั้งนี้เป็นการขยายบทบาทข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Industry) ของเชลล์ พร้อมแต่งตั้ง บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น อินกรีเดียนส์ (ที) จำกัด (JJIT) เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย เพื่อร่วมยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมความงามไทยให้เติบโตสู่มาตรฐานสากล
นายกมลพัทธ์ พหลโยธิน กรรมการบริหารธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เชลล์เป็นผู้นำตลาดน้ำมันหล่อลื่นระดับโลกอันดับ 1 ติดต่อกันยาวนานกว่า 19 ปี การเข้าสู่ตลาด Personal Care เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและการวิจัยของเชลล์ สู่ตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก”
Shell Silk Alkane เป็นส่วนผสมระดับพรีเมียม ไร้สี ไร้กลิ่น ปราศจากซิลิโคน น้ำมันแร่ และโลหะหนัก สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจนถึงดูแลเส้นผม มอบสัมผัสนุ่มลื่น ไม่เหนอะหนะ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ปกป้องผิว และลดการชี้ฟูของเส้นผม ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลจาก FDA21 CFR 178.3620(a), 172.878 และ European, Japanese, German Pharmacopeia สามารถย่อยสลายได้ตามมาตรฐาน OECD 301B และได้รับการรับรอง Vegan Certification รองรับเทรนด์ Clean Beauty อย่างครบถ้วน

นายทรงสิน สังขเวทัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น อินกรีเดียนส์ (ที) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานเทคโนโลยีระดับโลกของเชลล์ เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านตลาดและเครือข่ายลูกค้าของ JJIT เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ซึ่งภายใต้ความร่วมมือ เชลล์และ JJIT ยังได้พัฒนา สูตรต้นแบบ (Formulations Guide) ครอบคลุมหลายเซ็กเมนต์ เพื่อลดระยะเวลาออกสู่ตลาด เพิ่มประสิทธิภาพด้าน R&D และเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมความงามไทย ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยราว 5.45% ต่อปี ในช่วงปี 2025–2034

