พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เป็นการบริหารจัดการเพื่อให้มีความมั่นคงด้านพลังงาน สนองความต้องการใช้ของประชาชนในทุกสถานการณ์เป็นภารกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่มีข้อจำกัดในการจัดหาพลังงาน เช่น การหยุดซ่อมบำรุงประจำปีของแหล่งก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก (ฝั่งเมียนมา) ช่วงระหว่างวันที่ 25 มี.ค. ถึง 2 เม.ย.2560 ที่ผ่านมา ทำให้ก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศประมาณ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกบางแห่งที่ต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไม่สามารถเดินเครื่องได้ และต้องจัดหาน้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าทดแทน เพื่อให้ประชาชนและภาคเศรษฐกิจมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในช่วงปี 2560 จะมีการหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญอีก 1 ครั้ง คือ แหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมไทยมาเลเซีย (JDA-A18) มีกำหนดการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติช่วงเดือนสิงหาคม -กันยายน 2560 ซึ่งการหยุดซ่อมบำรุงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าหลักของภาคใต้
ดังนั้น การซักซ้อมการบริหารจัดการ จึงมีความจำเป็นเพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมมีบทบาทในการแก้ไขสถานการณ์ และมีความเข้าใจในการทำงานแก้ไขปัญหาในสถานการณ์ที่หลากหลาย จึงมีความจำเป็นต้องจัดการซ้อมแผนครั้งนี้ขึ้น อย่างไรก็ตาม การรองรับสภาวะฉุกเฉินเป็นการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ในขณะที่การวางรากฐานไว้ล่วงหน้าในระยะยาว เช่น การกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ก็มีความจำเป็นและลดภาวะเสี่ยงที่จะเกิดเหตุฉุกเฉินด้านพลังงานได้
สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินพลังงานของประเทศ ประจำปี 2560 ในครั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เล็งเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงได้มีการจำลองสถานการณ์ที่มีความรุนแรงทั้งด้านไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อเป็นการระดมความคิด วางแผน จัดการกับปัญหา หากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยมีหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปตท. กฟผ. กฟน. กฟภ. ผู้ประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้าเอกชน เข้าร่วมประชุมเพื่อซ้อมแผนฯ สำหรับการเตรียมความพร้อมสูงสุดของและหน่วยงาน และสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ ในส่วนของภาคประชาชนนั้น สามารถมีส่วนร่วมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานได้ โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน และลดการใช้พลังงาน ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานได้อีกทางหนึ่งด้วย
………………………………………………………………………………………

