เสื้อคลุมราชสำนักผ้าซาตินสีเหลืองสดใส ประดับด้วยลวดลายเมฆและมังกร ขอบตกแต่งด้วยขนมิงค์ (ภาพจากเว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง)
เมื่อช่วงวันเหมายันมาถึง ฤดูหนาวปกคลุมแผ่นดินจีน คำถามหนึ่งที่ชวนสงสัยคือ ก่อนมีฮีตเตอร์หรือเสื้อกันหนาวสมัยใหม่ คนจีนโบราณใช้วิธีใดคลายความหนาว คำตอบถูกบันทึกไว้ผ่านโบราณวัตถุและภูมิปัญญาในชีวิตประจำวัน
ด้านการแต่งกาย ชาวบ้านนิยมเสื้อกระดาษ ทำจากเปลือกหม่อนหรือเส้นใยกระดาษ และเสื้อกันฝนฟาง ส่วนชนชั้นสูงสวมเสื้อคลุมขนสัตว์ ตั้งแต่ขนจิ้งจอก ขนเสเบิล ไปจนถึงหนังแกะและกวาง ให้ทั้งความอบอุ่นและความสง่างาม

รูปภาชนะสามขาจากพิพิธภัณฑ์ซานซี (ภาพจากเว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์ซานซี) และ เหยือกสำหรับอุ่นไวน์ทำจากกระเบื้องเคลือบสีขาว ลวดลายเป็นร่องคล้ายแตงโม (ภาพจากเว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์ต้าถง)
อาหารและเครื่องดื่มร้อนก็มีบทบาทสำคัญ ภาชนะสำริดให้ความร้อน ซึ่งถือเป็นต้นแบบหม้อไฟเดี่ยวในปัจจุบัน ถูกใช้ตั้งถ่านด้านล่างเพื่ออุ่นอาหาร ขณะที่การอุ่นเหล้าเป็นธรรมเนียมฤดูหนาว โดยมีหลักฐานจากเหยือกอุ่นเหล้าเคลือบขาวที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต้าถง

เตาอุ่นมือกลมเคลือบสี ลวดลาย “เมฆและมังกร” (ภาพจากเว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์พระราชวัง) และกระถางไฟสามขาเคลือบลงยา ลวดลายมังกรและหงส์ (ภาพจากเว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์พระราชวังเสิ่นหยาง)
อุปกรณ์คลายหนาวยังรวมถึงเตาอุ่นมือ เตาถ่าน และหม้อน้ำร้อน เตาอุ่นมือสำริดขนาดเล็กสามารถพกติดตัวหรือซ่อนในแขนเสื้อ บางแบบใส่เครื่องหอม ให้ทั้งความอบอุ่นและกลิ่นหอม
ในด้านสถาปัตยกรรม ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน นอกเหนือจากเตาผิง ยังมีการคิดค้น “ผนังไฟ” ระบบกระจายความร้อนภายในผนัง และเตียงเตา ซึ่งยังใช้ในจีนตอนเหนือจนถึงปัจจุบัน ส่วนพระราชวังสมัยฮั่นมีห้องอุ่นพิเศษ ประดับผ้าม่าน ขนสัตว์ และพรมจากดินแดนตะวันตก ทำให้ความหนาวแทบไม่อาจแทรกซึมได้
ทั้งหมดนี้สะท้อนภูมิปัญญาและความสร้างสรรค์ของคนจีนโบราณ ที่ผสานการดำรงชีวิต วัฒนธรรม และเทคโนโลยีในยุคของตน เพื่อรับมือกับความหนาวอย่างชาญฉลาดและมีรสนิยม
ที่มา People’s Daily Online

