ผู้เชี่ยวชาญด้านหยกมารวมตัวกันที่งานแสดงสินค้าหยก
ในเมืองพีโจว มณฑลเจียงซู ในเดือนตุลาคม 2025 (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)
แม้ว่า “พีโจว” จะไม่ใช่แหล่งผลิตหยก แต่เมืองระดับอำเภอที่อยู่ภายใต้การปกครองของเมืองสวีโจวในมณฑลเจียงซูแห่งนี้กลับมีการพัฒนาอุตสาหกรรมการแกะสลักหยกที่มีมูลค่าผลผลิตต่อปีเกิน 8 พันล้านหยวน (ราว 3.6 หมื่นล้านบาท)
ตามข้อมูลของหลิว อินเฉียง รองผู้อำนวยการสมาคมแกะสลักหยกเมืองพีโจว การแกะสลักหยกสมัยใหม่ในเมืองพีโจวมีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 อุตสาหกรรมนี้เริ่มต้นจากโรงงานแปรรูปหยกที่ฝึกฝนช่างฝีมือรุ่นต่อรุ่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โรงงานได้ปิดตัวลงเนื่องจากธุรกิจซบเซา พนักงานกว่า 200 คนจึงไปเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง โดยถ่ายทอดทักษะผ่านการฝึกงานและก่อตั้งชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักหยกที่แน่นแฟ้น
ปัจจุบัน จำนวนช่างฝีมือหยกในเมืองพีโจวเพิ่มขึ้นจากไม่กี่ร้อยคนเป็นเกือบ 100,000 คน เมืองนี้ได้พัฒนาตลาดค้าหยกเฉพาะทาง 5 แห่ง ทำให้เกิดห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร

ผู้ซื้อหยกตรวจสอบคุณภาพของหยกดิบในงานแสดงสินค้าหยกที่เมืองพีโจว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)
ที่อุทยาน Huaihai Hanyu Cultural and Creative Park แห่งใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ 50,000 ตารางเมตร มีเวิร์กช็อปแกะสลักดิจิทัลกว่า 200 แห่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
“เมื่อสิบปีที่แล้ว จี้หยกแกะสลักเพียงชิ้นเดียวต้องใช้เวลาถึงหนึ่งสัปดาห์จึงจะเสร็จสมบูรณ์ โดยค่าแรงอย่างเดียวก็สูงถึง 3,000 ถึง 4,000 หยวน แต่ปัจจุบัน ด้วยการผสมผสานการออกแบบโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยเข้ากับการตกแต่งด้วยมือ ชิ้นงานแบบเดียวกันนี้จึงมีราคาเพียงไม่กี่ร้อยหยวนเท่านั้น” หลิวกล่าว
ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การผลิตจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้นเกือบ 15 เท่า และคำสั่งซื้อแบบกำหนดเองก็เพิ่มขึ้นถึง 40% ขณะที่ในปี 2567 ยอดขายงานแกะสลักหยกทางออนไลน์มีมูลค่าเกิน 2.5 พันล้านหยวน คิดเป็นหนึ่งในสามของรายได้รวมของอุตสาหกรรมทั้งหมด
ปัจจุบัน แรงงานแกะสลักหยกในเมืองพีโจวที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี คิดเป็น 30% ของแรงงานทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 15% เมื่อห้าปีก่อน

ผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องแกะสลักในการออกแบบผลิตภัณฑ์จากหยก (พีเพิลส์ เดลี่ ออนไลน์)
ที่มา People’s Daily Online

