วันเด็กปี 69 เสวนาชี้ทางผู้ใหญ่ หนุนเด็กไทยคิดดี ห่างปัจจัยเสี่ยง

8.01.26 | 11:08 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ม.ค. 2569 ที่เดอะฮอล์ บางกอก วิภาวดี 64 มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กลุ่มไม้ขีดไฟ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกันจัดเสวนา “เด็กรักสนุก เล่นง่ายได้เรียนรู้” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569

โดยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบเยาวชน คนรุ่นใหม่ อายุ 15-24 ปี สูบบุหรี่ 11.15 % ลดจากปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 12.7 % ส่วนนักสูบหน้าใหม่ที่สูบบุหรี่ไม่เกิน 1 ปี มี 211,474 คน ในจำนวนนี้ 68.9% เริ่มสูบบุหรี่ช่วงอายุ 15-19 ปี ส่วนการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกลุ่มเยาวชน 15-24 ปี มีแนวโน้มลดลงอยู่ที่ 24.8% ลดจากปี 2564 อยู่ที่ 34.7% ส่วนปัญหาดื่มแล้วขับพบ 33.06% ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน ในจำนวนนี้ 25.09% ทำให้ผู้ขับขี่และผู้ที่อยู่ในยานพาหนะบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ปัญหาการพนัน ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566 พบกลุ่มอายุ 15-25 ปี เล่นพนันออนไลน์ 32.3% หรือ 2.9 ล้านคน โดย 1 ใน 4 หรือประมาณ 739,000 คน เสี่ยงเป็นนักพนันหน้าใหม่

“เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ สสส.มุ่งสร้างความเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เน้นย้ำความสำคัญของการเล่นต่อพัฒนาการ การเสริมสร้างทักษะชีวิต และการสร้างภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยเสี่ยง โดยทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคีเครือข่าย วางยุทธศาสตร์ทั้งด้านวิชาการ รณรงค์ และทำงานเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดปัจจัยเสี่ยงทั้งบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด การพนัน และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพื่อสุขภาวะของเด็กและเยาวชน พร้อมนำบทเรียนในชีวิตแปรเปลี่ยนเป็นพลัง สร้างแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ให้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญช่วยกันปกป้องเยาวชนไทย ให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงทุกชนิด และเสริมพลังสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชน” นายวิเชษฐ์ กล่าว

Advertisement

นายศรัทธา ปลื้มสูงเนิน ผู้จัดการกลุ่มไม้ขีดไฟ กล่าวว่า ปัจจุบันนักปั้นเด็กและนักจิตวิทยาให้ความสนใจกับการเล่นอย่างอิสระว่าเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาสมองและจิตใจ  ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดกับเด็กได้อย่างดี โดยพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และคนในชุมชน ต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัย ผ่านการปรับพฤติกรรม 4 ด้าน

1. ถอยเพื่อเพิ่มพื้นที่ เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้จินตนาการและร่างกายอย่างเต็มที่ในพื้นที่ที่เอื้ออำนวย

2. ถอยเพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจ ให้เด็กเป็นเจ้าของการเล่นด้วยตนเอง เลือกสิ่งที่จะเล่น วิธีการเล่น ระยะเวลาที่ต้องการ เพื่อฝึกทักษะการตัดสินใจ

3. ถอยเพื่อเป็นผู้สร้างบรรยากาศ เปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมมาเป็นผู้สนับสนุนบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเติบโตและเรียนรู้

4. ถอยเพื่อประเมินความเสี่ยง เปิดใจให้เด็กได้เล่นเสี่ยง ได้เรียนรู้ขีดจำกัดของตนเอง รู้จักวิธีรับมือในช่วงวัยรุ่นแต่อยู่ภายใต้สายตาของผู้ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยความคิดดี มั่นใจ และมีภูมิคุ้มกัน ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมเด็กได้อย่างยั่งยืน

นางปรัชทิพา หวังร่วมกลาง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า การสร้างเมืองให้เป็นมิตรกับเด็ก เอื้อต่อการเรียนรู้ การเติบโต ปลอดภัย ปลอดปัจจัยเสี่ยง มี 4 ปัจจัย

  1. เด็กมีสิทธิได้รับโอกาสการเรียนรู้โอกาสในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง เด็กทุกคนควรได้เล่นอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยอย่างปลอดภัย และได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่อย่างเต็มกำลัง

2. ผู้ใหญ่ต้องใจกว้างยอมรับการเล่นมีประโยชน์และคุณค่าต่อเด็ก และต้องช่วยสร้างโอกาสให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านการเล่นอย่างหลากหลายรูปแบบ

3. ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการเล่นรอบตัวเด็ก ทั้งในโรงเรียน สถานศึกษา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ชุมชน หรือที่อื่นๆ โดยการทำชั่วโมงเล่น ทำวันเล่น ทำพื้นที่เล่น

4. สนับสนุนให้เกิดผู้อำนวยการเล่น จัดหาสิ่งของรอบตัว เช่น ชิ้นส่วน ลูสพาร์ท ธรรมชาติ ภูมิปัญญา เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เป็นเมืองที่คำนึงถึงเด็กทุกคน

นายอนุลักษณ์ เอี่ยมสี เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนเห็นความสำคัญของการเล่นว่าเป็นการเรียนรู้ที่สำคัญ จึงควรสอดแทรกประเด็นปัจจัยเสี่ยงเข้าไปเพื่อให้เด็กๆ สามารถเล่นสนุกพร้อมกับการเรียนรู้ที่ถือเป็นประสบการณ์ตรง ช่วยให้ตระหนักถึงอันตรายของปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง กระตุ้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ จึงชักชวนแกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงมาร่วมกันออกแบบฐานการเรียนรู้ปัจจัยเสี่ยง เช่น การเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยการนำถุงถ่วงน้ำหนักจำลองแทนอาการเมาโดยนำถุงถ่วงน้ำหนัก 3-5 กก.ใส่ไว้ที่ขา และแขน แล้วให้เดินซิกแซกหลบหลีกสิ่งกีดขวางหยิบของใส่ตะกร้าหรือเขียนชื่อ/ต่อบล็อกจะทำให้เห็นปัญหาจากการเมา ทั้งการทรงตัวแย่ เหนื่อยง่าย ตอบสนองช้า เชื่อมโยงไปถึงเรื่องอุบัติเหตุ