กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยกระดับ 10 มาตรการ เพื่อควบคุม ลด และขจัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่ออากาศสะอาด ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้มีประกาศให้ท้องที่เขตกรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ของทุกปี เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯ ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
3 สาเหตุหลักที่ทำให้กรุงเทพมหานครมีค่าฝุ่นเป็นสีส้ม
- สภาพอากาศปิด มีมวลอากาศเย็นกดทับ ทำให้ฝุ่นในกรุงเทพฯ มีปริมาณหนาแน่น
- การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ในกรุงเทพฯ มีปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลจำนวนมาก ซึ่งการเผาไหม้ของเครื่องยนต์เป็นสาเหตุสำคัญที่เพิ่มค่าฝุ่น
- การเผาชีวมวล มีการเผาทำให้ค่าฝุ่นหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบจุดความร้อนประมาณ 790 จุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ยกระดับ 10 มาตรการสู้ฝุ่นเมืองกรุง
- ยกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone : LEZ) ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ 50 เขต เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด และจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ LEZ โดยเฉพาะรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป จากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก 22 เขต
- โครงการ Green List Plus ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศรถยนต์ พร้อมลงทะเบียน Green List Plus เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตั้งเป้าปี 2569 จำนวน 500,000 คัน
- เพิ่มความเข้มข้นมาตรฐานการจัดการรถยนต์ ค่าควันดำห้ามเกิน 20% จากเดิมห้ามเกิน 30% เพิ่มความเข้มข้นการตรวจจับรถควันดำ เพียงครึ่งเดือนแรกที่มีการปรับมาตรฐาน จับเพิ่มได้ 6 เท่า
- ยกระดับการตรวจรถในไซต์ก่อสร้าง/สถานประกอบการ โดยสุ่มตรวจวัดค่าควันดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฤดูฝุ่น รวมถึงให้รถ 6 ล้อขึ้นไปที่เข้า – ออกทุกคันต้องลงทะเบียน Green List
- ยกระดับการจัดการมลพิษในโรงงานและสถานประกอบกิจการ ที่มีหม้อไอน้ำทุกแห่ง (รวม 256 โรงงาน) ติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษทางอากาศที่ปล่อยจากปล่องอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง (CEMS) และเพิ่มความเข้มข้นของมาตรฐานมลพิษจากปล่องหม้อน้ำ ได้แก่ TSP เข้มข้นขึ้น 78%, SO2 เข้มข้นขึ้น 87% NOx เข้มข้นขึ้น 60%
- ยกระดับการประสานงานและสนับสนุนจังหวัดข้างเคียง ทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อสนับสนุนการลดการเผาชีวมวล (การเผาไหม้ทางการเกษตร) ส่งผลให้จำนวนการจุดเผาเดือน ธ.ค. 2568 ลดลงกว่า 28%
- ยกระดับการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ปี 2568 ในโรงเรียน ดำเนินการแล้ว 971 ห้อง (49%) และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 115 แห่ง (44%) ตั้งเป้าหมาย 100% โรงเรียน 1,966 ห้อง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 262 แห่ง ภายในเดือน มี.ค. 2569
- ยกระดับมาตรการ Work From Home (WFH) เป็นมาตรการที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน มีส่วนร่วมลดปัญหาฝุ่นการจราจร โดยลดการเดินทาง ดูแลสุขภาพตัวเอง และลดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยปี 2569 ตั้งเป้าเข้าร่วมสูงสุด 300,000 คน
- ยกระดับการแจ้งเตือน โดยแจ้งเตือนผ่าน Social Media ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK, Line Alert พร้อมเพิ่มช่องทาง Cell Broadcast และระบบพยากรณ์คาดการณ์ฝุ่นรายเขตแบบเรียลไทม์ เพิ่มเป็น 7 วัน จากเดิม 3 วัน นอกจากนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุ หรือแหล่งกำเนิดฝุ่นได้ทาง Traffy Fondue
- เพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกต้นไม้ล้านต้น เพิ่มเป้าหมายเป็น 3 ล้านต้น ขณะนี้ปลูกไปแล้วกว่า 3 ล้านต้น และเพิ่มสวน 15 นาที ให้ครบ 500 สวน ตามเป้าหมาย ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 441 สวน

จับมือ 5 พื้นที่เป้าหมายในภาคกลาง บูรณาการลดเผาแก้ PM2.5
บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานขับเคลื่อนมาตรการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคกลาง หารือแนวทางลดการเผาในพื้นที่เกษตร ในพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัดต้นลม ประกอบด้วย นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสระแก้ว รวมถึงควบคุม และลดการเผาในพื้นที่ป่า เพื่อควบคุมและลดมลพิษในพื้นที่เมือง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย โดยจะมีการสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรถึงผลกระทบจากการเผา เสนอตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัด และ กทม. เสนอแนวทางจัดปฏิทินการเผา หากจำเป็น

“PM 2.5 ปี 2569 แนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเข้าเกณฑ์สีส้มลดลง 40% ค่าเฉลี่ยฝุ่นลดลง 12% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะความร่วมมือจากทุกภาคส่วน”
เช็กค่าอากาศประจำวันได้ที่
เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK
Facebook กรุงเทพมหานคร
Facebook ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร

