กทม. ยกระดับ 10 มาตรการสู้ฝุ่น มุ่งสู่กรุงเทพฯ อากาศสะอาด

15.01.26 | 10:00 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยกระดับ 10 มาตรการ เพื่อควบคุม ลด และขจัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่ออากาศสะอาด ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้มีประกาศให้ท้องที่เขตกรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ของทุกปี เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯ ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

3 สาเหตุหลักที่ทำให้กรุงเทพมหานครมีค่าฝุ่นเป็นสีส้ม

  1. สภาพอากาศปิด มีมวลอากาศเย็นกดทับ ทำให้ฝุ่นในกรุงเทพฯ มีปริมาณหนาแน่น
  2. การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ในกรุงเทพฯ มีปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลจำนวนมาก ซึ่งการเผาไหม้ของเครื่องยนต์เป็นสาเหตุสำคัญที่เพิ่มค่าฝุ่น
  3. การเผาชีวมวล มีการเผาทำให้ค่าฝุ่นหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่พบจุดความร้อนประมาณ 790 จุด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ยกระดับ 10 มาตรการสู้ฝุ่นเมืองกรุง

  1. ยกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone : LEZ) ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ 50 เขต เพื่อลดการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด และจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ LEZ โดยเฉพาะรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป จากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก 22 เขต
  2. โครงการ Green List Plus ส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศรถยนต์ พร้อมลงทะเบียน Green List Plus เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตั้งเป้าปี 2569 จำนวน 500,000 คัน
  3. เพิ่มความเข้มข้นมาตรฐานการจัดการรถยนต์ ค่าควันดำห้ามเกิน 20% จากเดิมห้ามเกิน 30% เพิ่มความเข้มข้นการตรวจจับรถควันดำ เพียงครึ่งเดือนแรกที่มีการปรับมาตรฐาน จับเพิ่มได้ 6 เท่า
  4. ยกระดับการตรวจรถในไซต์ก่อสร้าง/สถานประกอบการ โดยสุ่มตรวจวัดค่าควันดำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในฤดูฝุ่น รวมถึงให้รถ 6 ล้อขึ้นไปที่เข้า – ออกทุกคันต้องลงทะเบียน Green List
  5. ยกระดับการจัดการมลพิษในโรงงานและสถานประกอบกิจการ ที่มีหม้อไอน้ำทุกแห่ง (รวม 256 โรงงาน) ติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษทางอากาศที่ปล่อยจากปล่องอัตโนมัติอย่างต่อเนื่อง (CEMS) และเพิ่มความเข้มข้นของมาตรฐานมลพิษจากปล่องหม้อน้ำ ได้แก่ TSP เข้มข้นขึ้น 78%, SO2 เข้มข้นขึ้น 87% NOx เข้มข้นขึ้น 60%
  6. ยกระดับการประสานงานและสนับสนุนจังหวัดข้างเคียง ทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อสนับสนุนการลดการเผาชีวมวล (การเผาไหม้ทางการเกษตร) ส่งผลให้จำนวนการจุดเผาเดือน ธ.ค. 2568 ลดลงกว่า 28%
  7. ยกระดับการจัดทำห้องเรียนปลอดฝุ่น ปี 2568 ในโรงเรียน ดำเนินการแล้ว 971 ห้อง (49%) และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 115 แห่ง (44%) ตั้งเป้าหมาย 100% โรงเรียน 1,966 ห้อง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 262 แห่ง ภายในเดือน มี.ค. 2569
  8. ยกระดับมาตรการ Work From Home (WFH) เป็นมาตรการที่ภาครัฐ เอกชน และประชาชน มีส่วนร่วมลดปัญหาฝุ่นการจราจร โดยลดการเดินทาง ดูแลสุขภาพตัวเอง และลดผลกระทบต่อสุขภาพ โดยปี 2569 ตั้งเป้าเข้าร่วมสูงสุด 300,000 คน
  9. ยกระดับการแจ้งเตือน โดยแจ้งเตือนผ่าน Social Media ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK, Line Alert พร้อมเพิ่มช่องทาง Cell Broadcast และระบบพยากรณ์คาดการณ์ฝุ่นรายเขตแบบเรียลไทม์ เพิ่มเป็น 7 วัน จากเดิม 3 วัน นอกจากนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุ หรือแหล่งกำเนิดฝุ่นได้ทาง Traffy Fondue
  10. เพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกต้นไม้ล้านต้น เพิ่มเป้าหมายเป็น 3 ล้านต้น ขณะนี้ปลูกไปแล้วกว่า                 3 ล้านต้น และเพิ่มสวน 15 นาที ให้ครบ 500 สวน ตามเป้าหมาย ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 441 สวน

จับมือ 5 พื้นที่เป้าหมายในภาคกลาง บูรณาการลดเผาแก้ PM2.5

Advertisement

บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานขับเคลื่อนมาตรการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคกลาง หารือแนวทางลดการเผาในพื้นที่เกษตร ในพื้นที่เป้าหมาย 5 จังหวัดต้นลม ประกอบด้วย นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสระแก้ว รวมถึงควบคุม และลดการเผาในพื้นที่ป่า เพื่อควบคุมและลดมลพิษในพื้นที่เมือง ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย โดยจะมีการสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรถึงผลกระทบจากการเผา เสนอตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัด และ กทม. เสนอแนวทางจัดปฏิทินการเผา หากจำเป็น

“PM 2.5 ปี 2569 แนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเข้าเกณฑ์สีส้มลดลง 40% ค่าเฉลี่ยฝุ่นลดลง 12% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะความร่วมมือจากทุกภาคส่วน”

เช็กค่าอากาศประจำวันได้ที่

เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK

Facebook กรุงเทพมหานคร

Facebook ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร