‘วิชัย’ตั้งธงปลดเอสพี’ไอเฟค’เร็วที่สุด วอน’ทวิช’ร่วมประชุม 11 พ.ค.เพื่อรายย่อย

9.05.17 | 09:51 น.
วิชัย ถาวรวัฒนยงค์

 

‘วิชัย’ระบุ ไอเฟคเร่งปลดเอสพีให้เร็วที่สุด ควบคู่แก้หนี้ต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าหนี้หลายรายยอมยืดหนี้กว่า 1,000 ล้าน เดินหน้าปิดงบการเงินปี’59 ไตรมาสแรกปี’60 โดยเร็ว ลุยขับเคลื่อนธุรกิจโรงไฟฟ้าทดแทนคู่ขนานตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อสร้างรายได้ ดันธุรกิจมีกำไร วอนเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคร่วมประชุม 11 พ.ค.นี้ เพื่อผู้ถือหุ้นรายย่อย

นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีส เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC เปิดเผยถึงแนวทางการปลดเครื่องหมาย SP และแผนการผลักดันธุรกิจของบริษัทจากนี้ไปว่า บริษัทต้องเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ โดยแนวทางการแก้ไขนั้น บริษัทมีแผนในการแก้หนี้ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้มาอย่างต่อเนื่อง ได้เจรจากับเจ้าหนี้ และมีการยืดหนี้ไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเราโรโอเวอร์ได้เกือบหมด ได้แก่ บลจ.ยูโอบี บลจ.ซีไอเอ็มบี ซึ่งบริษัทได้แจ้งและเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าดังกล่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนได้รับทราบแล้ว

“หนี้ตั๋วบีอีของบริษัทกว่า 3,000 ล้าน ตอนนี้เจ้าหนี้บริษัทเข้าใจสถานการณ์บริษัทดีขึ้น การเจรจาประนอมหนี้ก็เป็นที่น่าพอใจ และเจ้าหนี้เองก็ไม่ต้องการที่จะให้หุ้นของบริษัทต้องเข้าไปอยู่ในกลุ่มรีแฮบโก้”

Advertisement

สำหรับภาระหนี้ของไอเฟค ณ วันที่ 19 เมษายน 2560 บริษัทมีภาระหนี้ของตั๋วบีอีจำนวน 3,066 ล้านบาท และภาระหนี้อื่นๆ อีก 3,000 ล้านบาท โดยมีนายฉัตรณรงค์ ฉัตรภูติ กรรมการบริษัท ทำหน้าที่เป็นตัวแทนคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาหนี้ดังกล่าว

“ผมในฐานะประธานกรรมการบริษัท ผมไม่เคยนิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาหนี้ของไอเฟค ซึ่งเราแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาตลอด ไม่เคยหยุดทำงานแม้แต่วันเดียว และได้รับการผ่อนปรนจากเจ้าหนี้หลายราย ให้ยืดเวลาการชำระหนี้ ซึ่งแผนผมตอนนี้ต้องการจัดการกับการฉ้อฉลภายในไอเฟค และต้องการหยุดการเลือดไหลภายใน หลังจากแก้ไขสองเรื่องนี้ได้ หลังจากนั้นก็ทำการแก้หนี้ได้อย่างไม่มีปัญหา”

นายวิชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนของการปิดงบการเงินของบริษัทปี 2559 และงบการเงินไตรมาสแรก ปี 2560 บริษัทคาดจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด และจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป นายวิชัยย้ำว่า ขณะนี้โอกาสทางธุรกิจไอเฟคมีมูลค่ามหาศาล สำหรับโครงการใหม่ๆ ระหว่างนี้มีการหารือกับพันธมิตรต่างประเทศ และในประเทศ ซึ่งมีหลายแห่งให้ความสนใจมาโดยตลอด และการดำเนินธุรกิจของไอเฟคได้ทำควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอดเวลา

โดยในส่วนของธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม หรือธุรกิจโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ.2560 หรือโซลาร์ฟาร์มกลุ่มราชการ และสหกรณ์การเกษตร ซึ่งไอเฟคเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมการคัดเลือก โดยภายในสิ้นเดือนนี้ ไอเฟคมีแผนเข้าร่วมการคัดเลือกโครงการดังกล่าว 1 แห่ง อีกทั้งยังมีแผนที่จะรุกธุรกิจโซลาร์ฟาร์มในกลุ่มซีแอลเอ็มวีอีกด้วยส่วนธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากขยะยังคงเดินหน้าต่อ

อย่างไรก็ตาม ไอเฟคได้วางวิชั่นระยะกลางและยาว เข้าสู่ยุค 4.0 หรือเรียกว่า “พลังงาน 4.0” ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานจะผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสอดคล้องกับแนวโน้มพัฒนาเมืองอัฉริยะ (Smart City) ที่ทุกประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย กำลังมุ่งมั่นพัฒนาขณะนี้

“คือการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับสิ่งที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตของชาวเมือง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การเดินทาง ที่อยู่อาศัย พลังงาน และอื่นๆ บนฐานที่ต้องอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้หลายประเทศที่ดำเนินการแล้ว เช่น อังกฤษ ที่เมืองเซาท์แธมป์ตัน เมื่อสตอกโฮล์ม เยอรมนี เป็นต้น ส่วนไทยรัฐบาลวางแผนดำเนินการที่ จ.เชียงใหม่และภูเก็ต”

นายวิชัยระบุว่า ไอเฟคมีความพร้อมเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรม ที่รองรับ Smart City ซึ่งไอเฟควางแผนเข้าสู่โครงการ Smart Grid ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัฉริยะ ซึ่งเป็นการปรับความสมดุลการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งมิเตอร์ไฟฟ้า มิเตอร์น้ำประปา เป็นต้น

“อนาคตประเทศไทยจะใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลกำลังสนับสนุน ดังนั้นหน่วยธุรกิจที่จะมารองรับความต้องการนี้ จะเติบโตขึ้นอีกมาก”

ขณะที่แผนธุรกิจพลังงานทดแทนครบวงจร ที่จะเดินหน้าไอเฟคไปสู่ความเป็นผู้นำอาเซียน เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผู้ถือหุ้นไอเฟค ให้กลับคืนมาอีกเช่นเดียวกัน

“ผมเชื่อว่าไอเฟคจะเดินหน้าได้มั่นคง เพราะผมในฐานะผู้ก่อตั้งไอเฟค แม้ที่ผ่านมาจะเกิดปัญหาขึ้นมากมาย แต่ผมจะขอจัดการแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้บ้านหลังนี้สะอาด และเดินหน้าต่อไปได้ ขอให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะผมมั่นใจว่าธุรกิจของไอเฟคยังมีศักยภาพที่สามารถเติบโตได้อีกมา”

นอกจากนี้ นายวิชัยยังกล่าวด้วยว่า การประชุมคณะกรรมการในวันที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นายทวิช เตชะนาวากุล ในฐานะกรรมการบริษัท จะให้ความร่วมมือแก่บริษัท ในการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการในวันดังกล่าว เนื่องจากจะได้ร่วมกันผลักดันแผนงานต่างๆ ของไอเฟคให้เดินหน้าต่อไป เป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน

“ผมและกรรมการทุกท่านหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณทวิชจะเข้าร่วมประชุม การมาประชุมของคุณทวิชไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นรายย่อยของไอเฟค ซึ่งผมเชื่อมั่นว่ารายย่อยทุกท่าน ต้องการที่จะให้ธุรกิจของไอเฟคเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด”

นายวิชัยย้ำว่า ผู้ถือหุ้นรายย่อยทุกท่านขณะนี้ ต้องการเห็นหุ้นของไอเฟค ถูกปลดเครื่องหมาย SP และทุกคนต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้ของบริษัท และการปิดงบการเงินของบริษัทจะมีทางออกที่สดใส