ปัญหาขององค์กรสมัยใหม่ที่ใช้แบนด์วิธสูง จะใช้อุปกรณ์สวิตช์แบบใดจึงจะช่วยบริหารและลดค่าใช้จ่ายลงได้

ปัญหาขององค์กรสมัยใหม่ที่ใช้แบนด์วิธสูง มีการเชื่อมต่อข้อมูลที่หลากหลาย  จะใช้อุปกรณ์สวิตช์แบบใดจึงจะช่วยบริหารและลดค่าใช้จ่ายลงได้ 

9 พฤษภาคม 2560 : ในปัจจุบันนี้ กลุ่มธุรกิจโรงแรม สถาบันการศึกษา กลุ่มเอสเอ็มบี และอีกหลายแห่งมีกิจกรรมการใช้งานที่ใช้แบนด์วิธมากขึ้นและมีการจ่ายไฟที่หลากหลาย อาทิ การใช้งานมัลติมีเดียสตรีมมิ่ง VoIP ระบบวิดีโอเพื่อความปลอดภัย และมีการเชื่อมโยงจากผู้ใช้งานโมบายหลากหลายประเภทเข้ามาใช้งานเครือข่ายขององค์กร ซึ่งล้วนเป็นภาระหนักให้แก่โครงข่ายหลักและลดประสิทธิผลการทำงานขององค์กร

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงเข้ามาอุปกรณ์สวิตช์นั้นมีหลากหลายประเภทมากขึ้น ตัวอุปกรณ์จึงต้องมีการเชื่อมต่อที่รองรับความเร็วแบบกิกาบิต (Gigabit) และ เชื่อมต่อประเภท  SFP+ Uplink เพื่อใช้งานที่ต้องการแบนด์วิธสูงได้

ดังนั้น องค์กรจึงต้องการอุปกรณ์สวิชต์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น จึงจะรองรับปัญหาต่างๆ ข้างต้นได้ รวมถึงการจัดเร้าติ่ง (Routing) เส้นทางช่องทางสัญญาณให้กับเครือข่ายย่อยในองค์กรได้ดี อีกทั้งยังช่วยขยายขอบข่ายสัญญาณเครือข่ายให้ครอบคลุมได้ดีขึ้น

ไซเซล คอมมิวนิเคชั่นส์ ผู้นำระดับโลกในเทคโนโลยีการเชื่อมโยงเครือข่ายบรอดแบนด์ ได้เปิดตัวอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบเครือข่ายผ่านสายแลน (LAN) ในชุดซีรีส์ใหม่ XGS4600 Series ซึ่งพัฒนามาจากรุ่น  XGS4500 Series เดิม  โดยซีรีส์ใหม่นี้ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นอุปกรณ์ระดับพรีเมี่ยม เป็นสวิตช์เลเยอร์ 3 ที่บริหารจัดการได้ มีช่องเชื่อมต่อที่รองรับความเร็วแบบกิกาบิต  (Gigabit) จำนวน 28 พอร์ต  และยังมีช่องเชื่อมต่อประเภท  SFP+ Uplink ถึง 4 พอร์ต ทั้งนี้ มีให้เลือก 2 รุ่น คือ XGS4600-32 และ XGS4600-32F  ช่วยให้เครือข่ายมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงสามารถแก้ไขปัญหาความยุ่งยากที่เกิดในการทำงานได้มาก

ติดตั้งง่าย

ชุด XGS4600 Series ใหม่นี้สามารถวางตัวอุปกรณ์ซ้อนในชั้นได้ถึง 4 ชิ้น มีพอร์ตรองรับการเชื่อมต่อประเภท  10-Gigabit SFP+ ได้  1 หรือ 2 ช่อง  มีคุณสมบัติรองรับความผิดพลาดของเครือข่ายได้สูง โดยมีการเชื่อมต่อ Stacking topology ในรูปแบบ Ring ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า อุปกรณ์จะกลับมาใช้งานได้เร็วกว่าการเชื่อมต่อ Stacking topology ในรูปแบบอื่นๆ ในกรณีที่การเชื่อมต่อมีปัญหา  นอกจากนี้ ชุดอุปกรณ์ได้รับการออกแบบมาให้มีคุณสมบัติสำรองไฟในภาวะเตรียมพร้อม (Active-standby power redundancy) เพื่อเรียกใช้แหล่งไฟสำรอง ในกรณีที่ระบบการจ่ายไฟหลักมีปัญหา จึงทำให้มีผลกระทบน้อยที่สุด

รองรับการบริหารข้อมูลในอนาคต

องค์กรส่วนใหญ่ในปัจจุบันกำลังย้ายเครือข่ายจากการใช้เทคโนโลยี IPv4 ไปเป็น IPv6 อย่างเต็มรูปแบบจึงต้องการแผนการย้ายที่ราบรื่นและรวดเร็ว เพื่อให้การย้ายเครือข่ายสำเร็จลุล่วงด้วยดี อุปกรณ์สวิตช์ใหม่นี้ รองรับเทคโนโลยี IPv6 ใหม่ และการใช้เลขไอพีจำนวนมากได้ สามารถบริหารผ่าน CLI  และผ่าน Web-based GUI ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของผู้ดูแลไอทีขององค์กรได้มากขึ้น

มร. คลาวลี่ วู ผู้ช่วยรองประธานอาวุโส  กลุ่มธุรกิจโซลูชั่นเครือข่ายของไซเซลได้ให้ความเห็นว่า “ในปัจจุบันนี้ อุปกรณ์โมบายส่วนใหญ่ใช้แบนด์วิธมากขึ้นกว่าเดิม องค์กรจึงเผชิญกับสถานการณ์การใช้แบนวิธสูงขึ้นเช่นกัน   ไซเซลมั่นใจว่า อุปกรณ์ซีรีส์ใหม่นี้จะช่วยธุรกิจลดต้นทุนในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership: TCO) ของอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายในการดูแลอุปกรณ์สวิตช์ระดับพรีเมี่ยมลงได้มาก ในขณะที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานสูงในสถานการณ์ที่ใช้แบนด์วิธมากนี้ได้”  

ทั้งนี้ ทั้ง 2 รุ่น คือ XGS4600-32 และ XGS4600-32F เป็นสวิตช์เลเยอร์ 3 ที่บริหารจัดการได้ มีช่องเชื่อมต่อที่รองรับความเร็วแบบกิกาบิตจำนวน 28 พอร์ต และยังมีช่องเชื่อมต่อประเภท  SFP+ Uplink  โดยรุ่นแรกจะมี GbE RJ-45 อยู่ 28 พอร์ตและรุ่นหลังจะมี GbE SFP slots อยู่ 24 ช่อง

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ ได้ที่   http://www.zyxel.co.th หรือ www.facebook.com/ZYXELThailand  หรือ Line: @ZYXELThailand หรือ Call Center โทร 0-2832-0600

 

เกี่ยวกับไซเซล คอมมิวนิเคชั่นส์

ไซเซลให้ความสำคัญในเรื่องนวัตกรรมและลูกค้าเป็นหลัก ไซเซลได้เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับโลกของอินเทอร์เน็ตมาเกือบ 30 ปี  ทั้งนี้ ศักยภาพในการประยุกต์และสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายได้ส่งให้ไซเซลเป็นองค์กรชั้นแนวหน้าของผู้ที่สร้างการเชื่อมต่อให้กับผู้ให้บริการและ โทรคมนาคม ธุรกิจและผู้ใช้งานในบ้านทั่วไป

ไซเซลมีความแข็งแกร่งในธุรกิจการสื่อสารทั่วโลก และมีความสำเร็จที่โดดเด่น ยากที่ใครจะตามทัน อันได้แก่

  • มีพันธมิตรมากกว่า 1,500 รายทั่วโลก
  • สร้างการเชื่อมโยงทั่วโลกด้วยอุปกรณ์มากกว่า 100 ล้านชิ้น
  • ธุรกิจกว่า 700,000 แห่งทำงานอย่างชาญฉลาดขึ้นด้วยโซลูชั่นจากไซเซล
  • ให้บริการในตลาด 150 ประเภทของตลาดทั่วโลก

ในวันนี้ ไซเซลช่วยสร้างเครือข่ายแห่งอนาคต เสริมศักยภาพ ตอบสนองความต้องการของสถานทำงานชั้นนำ ซึ่งเป็นการเพิ่มพลังให้แก่ผู้คนในด้านการทำงาน การดำเนินชีวิต และยามสันทนาการ ทั้งนี้ ไซเซลคือพันธมิตรด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายของท่าน

 

*******************************

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon