มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยร่วมกับบริษัทอารีบาบาและลาซาด้า สนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อป และบุคคลทั่วไป ให้ความรู้การทำการค้าออนไลน์ผ่านแพลทฟอร์ม โดยมุ่งเน้นให้ความรู้อีคอมเมิร์ซและการปฏิบัติการจริง ได้แก่ SME 4.0 ภาพรวมและสิ่งที่ต้องรู้ในการทำธุรกิจออนไลน์ ,1-2 Sell การเตรียมตัวขายสินค้าออนไลน์เชิงลึก การใช้ระบบ การเพิ่มสินค้าและการเวิร์คช็อปเชิงลึกเกี่ยวกับการเป็นผู้ค้าออนไลน์ เพื่อสนับสนุนและเสริมศักยภาพโลกการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการโอท็อป และบุคคลทั่วไป
ล่าสุดเว็บไซต์อาลีบาบา ผู้ให้บริการเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งปีนี้ได้ประกาศซื้อกิจการ “ลาซาดา” (Lazada) ในเครือบริษัทร็อคเก็ตอินเทอร์เน็ต (Rocket Internet) สัญชาติเยอรมนี เพื่อขยายตลาดมาสู่อาเซียน ภายใต้การบริหารของมหาเศรษฐีแจ็ค หม่า (Jack Ma) ร่วมมือกับ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ลงนามความร่วมมือสร้างหลักสูตรอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นพาร์ทเนอร์แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรอีคอมเมิร์ซแก่ผู้ประกอบการไทยและนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มุ่งสร้างเด็กหัวการค้ายุค 4.0 และร่วมจัด Exclusive Dream Trip เป็นครั้งแรกกับการเดินทางไปฝึกอบรมอีคอมเมิร์ซครบวงจรที่สำนักงานใหญ่ Alibaba.com หางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภายใต้การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านอีคอมเมิร์ซให้กับนักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมถึงผู้ประกอบการชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมเรียนรู้และสัมผัสวัฒนธรรมด้านการค้าออนไลน์ในแบบฉบับของ Alibaba.com เทคนิคการเปิดร้านออนไลน์ให้มีรายได้เป็นล้านต่อปี ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ Alibaba Chinese Gold Members และที่สำคัญมีการให้คำปรึกษา 1 ต่อ 1 ในการนำสินค้าเข้าไปขายในอาลีบาบา
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันการศึกษาชั้นนำด้านธุรกิจของประเทศกำลังมุ่งสู่ระดับเอเชีย ด้วยจุดแข็งคือการสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Entrepreneurship) มีการสอนวิชาใหม่การประกอบการเชิงนวัตกรรม (Innovative Entrepreneurship) แก่นักศึกษาทุกคณะ เน้นการเรียนการสอนผ่านระบบ Digital Hybrid Learning System รวมทั้งมีโครงการ EGG Project ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทำธุรกิจจริงพร้อมกับก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy) และไทยแลนด์ 4.0

