กรมชลฯ ผนึก UNDP-GCF ลุยติวเข้ม ด้วยวิถี “เกษตรกรสู่เกษตรกร” ขับเคลื่อนโครงการ สร้างภูมิคุ้มกันเกษตรกร สู้วิกฤตโลกรวน กรมชลประทาน ผนึกกำลังร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) เร่งเครื่องยุทธศาสตร์สร้างภูมิคุ้มกันภาคเกษตร ลุยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเข้มข้น10 ครั้ง ในรูปแบบ “เกษตรกรสู่เกษตรกร“ (Farmer to Farmer Knowledge Sharing) ปูพรมพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน ครอบคลุม 24 ตำบล 7 อำเภอ ในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ มุ่งเปลี่ยนเกษตรกรธรรมดาเป็นมืออาชีพที่พร้อมรับมือวิกฤตโลกรวน ผ่านการศึกษาดูงาน และลงมือทำจริง ณ แหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่หลากหลาย เพื่อเปิดโลกทัศน์และยกระดับทักษะรอบด้าน ตั้งแต่การปรุงดิน การจัดการน้ำ ไปจนถึงการแปรรูปเพิ่มมูลค่า พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสตรีในการขับเคลื่อนเกษตรยั่งยืน

โครงการฯ ได้ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เข้มข้น และต่อเนื่องเพื่อบ่มเพาะกลุ่มเป้าหมาย เกษตรกรกลุ่มเดิม และผู้สนใจเพิ่มเติม ในพื้นที่ 24 ตำบล 7 อำเภอ ในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ดังนี้:
ระยะที่ 1: ปูรากฐาน-สร้างอาชีพทางเลือก (ต.ค. 68) (ครั้งที่ 1-3) คิกออฟความสำเร็จด้วยการนำทัพเกษตรกรกว่า 674 คน ลงพื้นที่เปิดโลกทัศน์อาชีพทางเลือก และเทคนิคลดต้นทุน ณ แหล่งเรียนรู้ชั้นนำอาทิ “บ้านจ่าก้อง จ.สุโขทัย” ที่โชว์ไอเดียแปรรูปน้ำส้มสายชูจากกล้วย และเตาฟางอบพิซซ่า, “กลุ่มเพาะเห็ดบ้านท่าช้าง จ.พิษณุโลก” กับนวัตกรรมการเพาะเห็ดในโอ่งพร้อมแปรรูปเป็นโดนัทเห็ดสร้างมูลค่า และ “ไร่เทียนสว่าง จ.สุโขทัย” ที่ถ่ายทอดเคล็ดลับการทำน้ำหมักจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงจากตอซังข้าว ช่วยลดการเผาและฟื้นฟูหน้าดิน
ระยะที่ 2: เจาะลึกนวัตกรรม-ลงมือทำจริง (ม.ค. 69) (ครั้งที่ 4-6) สานต่อความเข้มข้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา กับภารกิจนำเกษตรกร 676 คน บุก 5 ฐานเรียนรู้ต้นแบบเพื่ออัปสกิลเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ ได้แก่ “โมเดล 459” เดิน 4-5 ก้าวถึงแหล่งอาหาร จ.อุตรดิตถ์, “ไร่เด็กเล่น จ.สุโขทัย” ที่ใช้ระบบน้ำอัจฉริยะ (IoT) ควบคุมความชื้นในโรงเรือนเมลอน, “สวนป่าบ้านจันทร์หอม” ต้นแบบวนเกษตรปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง, “วิสาหกิจฯ เกษตรกรรมร่ำรวย” โมเดลเกษตรผสมผสาน และ “ศูนย์ฯ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม” ที่เน้นหนักเรื่องโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร

ระยะที่ 3: สรุปบทเรียน-ถักทอเครือข่ายความยั่งยืน (ก.พ.-มี.ค. 69) (ครั้งที่ 7-10) เตรียมเดินหน้าสู่บทสรุปในช่วงโค้งสุดท้าย ระหว่างวันที่ 26-27 ก.พ. และ 10-13 มี.ค. 69 โดยตั้งเป้าดึงเกษตรกรเข้าร่วมกว่า900 คน เพื่อร่วมกันสังเคราะห์องค์ความรู้ ถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริง และวางรากฐานการสร้างเครือข่ายพี่เลี้ยง ที่จะคอยส่งต่อความรู้ และดูแลกันเองภายในชุมชน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงแม้สิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการ
“พลังสตรี” กับบทบาทที่เพิ่มขึ้นในการขับเคลื่อนครัวเรือน
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือ “การมีส่วนร่วมของสตรี” ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจากผลการดำเนินงานการอบรมในครั้งที่ 1-6 ที่ผ่านมา พบว่ามีเกษตรกรหญิงตบเท้าเข้าร่วมโครงการสูงถึง ร้อยละ 81 สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงได้หันมาให้ความสำคัญ และเข้ามามีบทบาทหลักในการเรียนรู้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการความมั่นคงทาอาหารระดับครัวเรือน การติดอาวุธทางปัญญาให้กลุ่มสตรีจึงเปรียบเสมือนการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งให้กับครอบครัวและชุมชนในระยะยาว


