คณะรัฐมนตรี โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงนโยบาย
ของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 – 30 กันยายน 2568 ซึ่งประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย สู่การขับเคลื่อน “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” แนวทางที่กระทรวงมหาดไทยจัดทำขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
กรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงมหาดไทยที่มีผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมการปกครอง
ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนกรมการปกครอง ภายใต้แนวคิด “อำเภอพึ่งได้” DOPA 2026 : Better Together เพื่อเป็นกรอบกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมการปกครองให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย

วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ กรมการปกครอง (วังไชยา) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์
อธิบดีกรมการปกครอง นำแถลงสรุปผลงานสำคัญของฝ่ายปกครองตามแนวทางการขับเคลื่อนกรมการปกครอง ภายใต้แนวคิด “อำเภอพึ่งได้” DOPA 2026: Better Together สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิผล ประจำไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ออกเป็น 5 ภารกิจ ดังนี้
- ภารกิจการบริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร
กรมการปกครอง มุ่งแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลอย่างต่อเนื่อง โดยในกลุ่มบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน ให้ได้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว จำนวน 94,921 คน และกลุ่มของบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายและเกิดในราชอาณาจักรไทย (ขอสัญชาติ) ดำเนินการแล้วเสร็จแล้ว จำนวน 14,888 คน อีกทั้ง มุ่งเน้นการลดขั้นตอน กระบวนการ ระยะเวลาการดำเนินการพิจารณาให้เหลือเพียง 5 วัน
นอกจากนี้ กรมการปกครอง เดินหน้าการปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียนอย่างจริงจัง และต่อเนื่องทั่วประเทศ เช่น การเปิดปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” โดยกรมการปกครองได้บูรณาการกำลังร่วมกับ 5 หน่วยงาน ในการปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร สวมสิทธิ์/ออกใบสำคัญถิ่นที่อยู่ถาวรเท็จ ให้กับคนต่างด้าวในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่รัฐรวม 12 ราย

โดยดำเนินคดีอาญาและดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดสำหรับข้าราชการผู้กระทำผิด และปฏิบัติการ
“สลายหมอกเชียงดาว” จากการสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงของขบวนการทุจริตจากปฏิบัติการ
“ตัดหมอกเวียงแหง” จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” สามารถจับกุมปลัดอำเภอ
และเจ้าหน้าที่เทศบาลในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รวม 5 ราย และยึดเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทางทะเบียน รวมถึงเอกสารคำขอจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยได้เดินหน้าตรวจสอบขยายผลปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และได้มีคำสั่งให้ปลัดอำเภอทั้ง 2 ราย ออกจากราชการไว้ก่อนทันที พร้อมดำเนินคดีทั้งทางอาญา และทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด
อีกทั้ง กรมการปกครอง ได้มุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร
ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID โดยในปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานแล้วกว่า 29 ล้านคน ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลของกรมการปกครอง โดยประชาชนสามารถเข้ารับงานบริการของกรมการปกครองและงานบริการอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับแอปพลิเคชัน ThaID ได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่น งานทะเบียนออนไลน์ การแจ้งย้ายที่อยู่ด้วยตนเอง การขอเลขที่บ้าน การคัดสำเนาทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวคนพิการ ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.4) รวมถึง การยื่นภาษีออนไลน์ ระบบ Health Link ระบบทะเบียนเกษตรกร เป็นต้น
- ภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน
กรมการปกครองได้จัดตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (DOPA S.W.A.T) และชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ
ตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานฝ่ายปกครอง โดยในห้วงที่ผ่านมา สามารถดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดแล้ว 4,027 ราย

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยพบเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาทในระยะเวลา 8 เดือน และสามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั้งแอดมินและบัญชีม้า รวม 17 ราย เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจสีเทาและแก๊งสแกมเมอร์ และเมื่อวันที่
13 มกราคม 2569 ได้เปิดปฏิบัติการ “Rose Garden รุกฆาต เซียนบ้านเอ็ง” บุกทลายจับบ่อนลับกลางเมืองนครราชสีมา เปิดกิจการโรงแรมบังหน้า สามารถจับกุมนักพนันจำนวน 85 คน เจ้ามือคนต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 คน พร้อมยึดของกลางเป็นเงินประมาณ 1,233,560 บาท ประกอบด้วย เงินสด 833,560 บาท และชิปแทนเงินสด 400,000 บาท สืบสวนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนเทาข้ามชาติ
- ภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ในไตรมาสที่ผ่านมานั้น กรมการปกครองมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ เพื่อให้
ทุกอำเภอเป็น “อำเภอสีขาว ปลอดยาเสพติด” โดยสามารถดำเนินการจับกุมผู้ค้าและขบวนการค้ายาเสพติด ได้ผู้ต้องหา 3,795 ราย และรวมมูลค่าของกลางเป็นเงินกว่า 1 พันล้านบาท
นอกจากนี้ กรมการปกครองให้ความสำคัญในกระบวนการนำผู้เสพที่กฎหมายให้โอกาสกระบวนการบำบัดฟื้นฟู ผ่านปฏิบัติการ “คืนคนดีสู่ครอบครัว ดูแลผู้ป่วยจิตเวช” โดยที่ผ่านมาสามารถนำผู้เสพ 17,959 ราย และผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด 1,293 ราย เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู และฟื้นฟูสภาพสังคมอย่างเหมาะสม เพื่อคืนคนดีมีคุณภาพสู่สังคม
- ภารกิจการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังของฝ่ายปกครอง
ในช่วงสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ระหว่างวันที่ 7 – 27 ธันวาคม 2569 กรมการปกครองได้ดำเนินการตามแผนการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยจัดตั้งศูนย์พักพิงจำนวน 980 ศูนย์
และมีประชาชนอพยพไปอาศัยในศูนย์พักพึ่ง จำนวน 392,092 ราย ขณะนี้ได้เดินทางกลับภูมิลำเนาทั้งหมดแล้ว
สำหรับการเยียวยาประชาชน ในไตรมาสที่ 1 ซึ่งเป็นการปะทะครั้งที่ 2 (วันที่ 7 – 27 ธันวาคม 2569) คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบวงเงิน 2,335.640 ล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชน โดยในขณะนี้
เริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวพี่น้องประชาชนแล้ว และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว สำหรับการปะทะครั้งที่ 1 (วันที่ 16 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2568) ได้จ่ายเงินเยียวยาพี่น้องประชาชนครบถ้วนแล้ว จำนวน 307,126 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,375.208 ล้านบาท

- ภารกิจสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อส. กู้ภัย
สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (สมาชิก อส.) มีภารกิจหลักในการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยกรมการปกครองได้ยกระดับให้เป็น “อส.กู้ภัย ดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง” เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีความรุนแรง ทั้งก่อน – ขณะ – หลังเกิดเหตุ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ในเหตุการณ์มหาอุทกภัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กรมการปกครองได้สั่งใช้กำลังพลสมาชิก อส. จำนวน 4,012 ราย จากทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในขณะเกิดเหตุ โดยการอพยพ ช่วยเหลือประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย แจกจ่ายอาหาร ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนที่ติดค้างในที่พักอาศัย ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการช่วยเหลือประชาชนหลังเกิดเหตุ กรมการปกครองได้สั่งการให้ สมาชิก อส. อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่ออีก 15 วัน เพื่อเร่งฟื้นฟูเมือง ทำความสะอาด กวาดขยะ ล้างดินโคลน สิ่งปฏิกูล รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วที่สุด
ทั้งนี้ กรมการปกครองยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนตามภารกิจและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนทั่วทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ เป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าฝ่ายปกครองสามารถทำหน้าที่เป็น “อำเภอพึ่งได้” ของประชาชนได้อย่างแท้จริง

