ข่าวดีเกษตรกรชาวยม-น่าน! GCF ไฟเขียว”เตรียมยกระดับภูมิคุ้มกันครอบคลุมพื้นที่ คบ.ยมน่าน

3.02.26 | 17:20 น.

กรมชลประทาน ผนึกกำลังร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว(GCF) เดินหน้าโครงการพื้นที่ต้นแบบในจังหวัดพิษณุโลก หลังรายงานด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม (ESIA/ESMP)ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจาก GCF ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการบริหารจัดการน้ำครั้งใหญ่ที่จะส่งผลประโยชน์ต่อนิเวศทางน้ำในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน

เมื่อ “ธรรมชาติ” คือเกราะกำบังของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นมาตรการ EbA (Ecosystem-based Adaptation) หรือการ “ปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ” โดยได้รับความร่วมมือจาก องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นผู้ออกแบบมาตรการ EbA เพื่อการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมาทำหน้าที่เป็น “แก้มลิงที่มีชีวิต” ช่วยชะลอน้ำท่วม และกักเก็บน้ำหลากไว้ใช้ยามฝนทิ้งช่วง โดยพื้นที่นำร่อง 3 แห่งที่จะเริ่มดำเนินการซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการออกแบบโดย GIZ และจะดำเนินการก่อสร้างโดยกรมชลประทาน ได้แก่

  1. บึงโจน : ต.วังวน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

วัตถุประสงค์: เพื่อเพิ่มความจุในการกักเก็บน้ำและปรับปรุงระบบระบายน้ำเชื่อมโยง ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. บึงกล้วย : ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

วัตถุประสงค์: เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ลุ่มต่ำให้ทำหน้าที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติในการชะลอน้ำและกักเก็บน้ำหลาก ช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัยระดับพื้นที่และเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพให้กับชุมชน

Advertisement
  1. คลองเมม : ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

วัตถุประสงค์: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำหลากและการระบายน้ำผ่านระบบคลองธรรมชาติ พร้อมทั้งปรับปรุงสภาพริมน้ำให้มีความมั่นคงแข็งแรงและรองรับการใช้งานน้ำเพื่อการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

มาตรฐานระดับโลก เพื่อความโปร่งใสและเท่าเทียม

การอนุมัติรายงาน ESIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม) และ ESMP (แผนบริหารจัดการ) จากGCF เป็นเครื่องยืนยันว่าโครงการได้ผ่านการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ก่อผลกระทบเชิงลบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม และยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของกลุ่มสตรีและผู้เปราะบางในชุมชนอย่างเต็มที่

เพราะความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมคือหัวใจสำคัญ

เพื่อให้มั่นใจว่าในระหว่างการดำเนินงาน พี่น้องประชาชนจะยังคงสามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างปกติสุข แผนการบริหารจัดการ (ESMP) ที่ผ่านการรับรองระดับสากลได้กำหนดมาตรการ “พิทักษ์ชุมชน” ไว้อย่างเข้มข้น ดังนี้:

  • อากาศสะอาดและความสงบสุขของหมู่บ้าน: มีการควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างด้วยการฉีดพรมน้ำอย่างสม่ำเสมอ และจำกัดเวลาการทำงานไม่ให้รบกวนช่วงเวลาพักผ่อนของชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านยังคงสูดอากาศบริสุทธิ์และใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข
  • ปกป้องสายน้ำเพื่อการเกษตร: มีระบบป้องกันตะกอนดินอย่างรัดกุมและไม่ทิ้งวัสดุลงในน้ำ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำในบึงและคลองจะยังคงใสสะอาด พร้อมให้เกษตรกรนำไปใช้หล่อเลี้ยงผลผลิตได้ตลอดระยะเวลาการทำงาน
  • ความปลอดภัยอุ่นใจทุกเส้นทาง: มีการติดตั้งป้ายเตือนและจัดจราจรรถขนส่งวัสดุอย่างเป็นระเบียบพร้อมควบคุมความประพฤติคนงาน เพื่อให้ชาวบ้านเดินทางสัญจรได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ
  • เสียงของประชาชนคือคำสั่งของเรา: จัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว เพื่อให้ทุกปัญหาหรือความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นถูกแก้ไข เพราะเสียงสะท้อนของท่านคือสิ่งสำคัญที่สุดในการพัฒนา

ความร่วมมือและอนาคตที่ยั่งยืน

ก้าวสำคัญในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางด้านเอกสารหรือรายงานทางเทคนิค แต่คือ “คำมั่นสัญญา” แห่งความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิถีการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง การผสานพลังระหว่างนวัตกรรมระดับโลกและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้ “ธรรมชาติ” เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก จะเป็นเกราะกำบังที่ช่วยปกป้องรอยยิ้มและวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวยม-น่าน ให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับความผันผวนของภูมิอากาศโลก และส่งต่อความอุดมสมบูรณ์นี้ให้เป็นมรดกอันล้ำค่าแก่ลูกหลานสืบต่อไป