“ไอเฟค” แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ขอเรียกประชุมบอร์ดฉุกเฉิน 15 พ.ค.นี้ หลังจากการประชุมเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา “ทวิช-กลุ่ม” ไม่เข้าร่วมการประชุมขณะ“รายย่อยไอเฟค”หมดศรัทธา”ทวิช”หวังให้กอบกู้”ธุรกิจ-บริษัท”กลับตีรวน หวั่นสร้างความเสียหายกระทบรายย่อยหนัก
หลังจากการประชุมคณะกรรมการ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ปรากฎว่า นายทวิช เตชะนาวากุล รศ.ประนอม โฆวินวิพัฒน์ พลตำรวจเอกสุนทร ซ้ายขวัญ และนายปริญญา วิญญรัตน์ ไม่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการในวันดังกล่าว โดยมีเพียงกรรมการฝ่ายนายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการ ไอเฟค ซึ่ง ประกอบด้วย นายวิชัย นายศุภนันท์ ฤทธิไพโรจน์ นายฉัตรณรงค์ ฉัตรภูติ และ พล.ต.บุญเลิศ แจ้งนพรัตน์
ส่วนกลุ่มเทพผดุงพร ซึ่งถือว่าเป็นกรรมการคนกลาง ที่ได้รับเลือกเข้ามาใหม่ คือ นายธีติพันธ์ เทพผดุงพร ได้เข้ามาร่วมการประชุมในวันดังกล่าวด้วย
นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการ ไอเฟค เปิดเผยว่า ผลจากการที่กลุ่มนายทวิช ไม่มาร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันดังกล่าว ดังนั้นตนในฐานะประธานกรรมการบริษัท จึงขอเรียกประชุมคณะกรรมการฉุกเฉิน ในวันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2560ที่จะถึงนี้
นอกจากนี้บริษัทได้ส่งหนังเชิญประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินไปยังนายทวิช และกรรมการกลุ่มนายทวิชแล้ว ขณะเดียวกัน ได้ส่งสำเนาเชิญประชุมคณะกรรมการฉุกเฉินของบริษัท ไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนีกงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้การประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา จึงเป็นการประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาสำคัญของบริษัท รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท
“ส่วนการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 15 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ก็จะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขหนี้ และแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน ตามที่เคยได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว”
ขณะที่ บรรดาผู้ถือหุ้นรายย่อย ใน fanpageIFEC ต่างพากันแสดงความคิดเห็นผ่านเพจดังกล่าว ด้วยความผิดหวัง หลังสถานการณ์กว่า 3 เดือนที่ผ่านมา นายทวิช ไม่แสดงผลงานอย่างที่ประกาศไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัวว่า ที่พร้อมจะเข้ามาแก้ไขปัญหาในไอเฟค ร่วมกับนายวิชัย
ทั้งนี้มี fanpageIFEC รายหนึ่งกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ไอเฟคล่าช้ามาสามเดือน พร้อมทั้งเรียกร้อง นายทวิชและกลุ่ม น่าจะเห็นแก่ส่วนร่วมบ้าง เพราะนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกตนมีเงินไม่มากเหมือนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขณะเดียวกันยังขอความเห็นจากทางการ โดยเฉพา ก.ล.ต. จะมีมาตรการอะไรออกมาบังคับต่อพฤติกรรมการของนายทวิช ครั้งนี้หรือไม่ ส่วนบางรายก็ถามไถ่ว่าจะหาแนวทางออกต่อปัญหาในครั้งนี้ควรเป็นอย่างไร
อีกทั้ง ยังมีมุมมองว่า นายทวิชถือหุ้นเพียง 10% แต่มีความพยายามต้องการที่จะเข้ามาบริหาร ซึ่งดูเป็นการเอาเปรียบ กลุ่มอื่นๆ ที่ถือหุ้นรวมกันถึง 90% และยังสะท้อนมุมมองว่า การไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ดของนายทวิชหลายครั้ง เป็นการแสดงเจตนาอะไร ขณะเดียวกันก็หมดศรัทธาในตัวนายทวิช และนายทวิชก็หมดความเป็นสุภาพบุรุษในมุมมองของเขาแล้ว
“ตอนแรกกลุ่มคุณทวิชกระแสมาดี และคาดว่าจะเป็นผู้ที่เข้ามากอบกู้ไอเฟค แต่ตอนนี้กลับทำให้พวกเรารู้สึกว่า กลุ่มคุณวิชัย น่าจะเป็นผู้กอบกู้ไอเฟคมากกว่า”
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายย่อยหลายราย ที่เขียนบรรยายความรู้สึกของตนเองใน fanpageIFEC บอกเล่าความรู้สึกว่า ยิ่งไม่มีความร่วมมือกันยิ่งส่งผลกระทบต่อรายย่อยมากขึ้น

