ททท.ชวนเที่ยว“อุดร-หนองคาย-บึงกาฬ”รับปีม้า 2569 สุขทันทีที่เที่ยว ธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรม ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 5 เส้นทาง “ทะเลบัวแดง-เสริมมงคลตรุษจีนศาลปู่ย่า-ตามรอยพญานาค-สัมผัสเสน่ห์ผ้าพื้นเมืองบ้านโนนกรอก-เที่ยว 3 จังหวัด 4 ชุมชน”
นางสาวกนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี เปิดเผยว่า มี “เส้นทางท่องเที่ยว” เชิญชวนคนไทยและนานาชาติปักหมุดเข้ามาสัมผัสประสบการณ์สุขทันทีที่ได้เที่ยวอีสานปีม้า 2569 ในพื้นที่ 3 จังหวัด “อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ” เช็คอินเที่ยวเชื่อมโยงรับเทศกาลใหญ่ตรุษจีน ต่อเนื่องถึงการเดินทางได้ตลอดทั้งปีใน 5 เส้นทาง ดังนี้
“จังหวัดอุดรธานี” มีความหลากหลายทางธรรมชาติ เสน่ห์ วัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง มีให้เลือกความสไตล์ที่ชอบและที่ใช่ได้ดังนี้
เส้นทางที่ 1 “ทะเลบัวแดง” อำเภอหนองหาน เป็นจุดหมายปลายทางโดดเด่นสร้างชื่อเสียงระดับโลกในพื้นที่ 15,000 ไร่ เริ่มเปิดเทศกาลท่องเที่ยวมาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ 2569 ททท.ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนปรับภูมิทัศน์ บริเวณท่าเรือ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ให้ชมดอกบัวบานสีสันสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติทุกสัปดาห์

เส้นทางที่ 2 การท่องเที่ยวไหว้ขอพร “ศาลเจ้าปู่-ย่า” อุดรธานี นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรมของสายศรัทธาทั่วประเทศ เพราะในอุดรธานีมีชุมชนคนไทยเชื้อสายจีน เวียดนาม ที่ศาลเจ้าปู่-ย่าจัดยิ่งใหญ่ทุกปีช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” ระหว่าง 10-16 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดให้คนที่มีความเชื่อเรื่อง “ปีชง” เดินทางมากราบขอพรเสริมมงคล เสริมบารมี แก้ชง ด้วยฮวงจุ้ยซึ่งเชื่อกันว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย ด้านหน้าเป็นหนองน้ำ ด้านหลังเป็นภูเขา ปี 2569 ยังมีความพิเศษ ได้สร้าง “มังกรเกล็ดขาว” ขึ้นด้านติดภูเขาด้วย เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ดึงดูดคน ททท.ได้เชิญบริษัทท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมศาลเจ้าปู่-ย่า แล้วนำไปทำแพกเกจเสนอขายในตลาดทั้ง “การไหว้-การขอพร-เสริมบารมี” ต้อนรับตรุษจีนกุมภาพันธ์นี้
เส้นทางที่ 3 การท่องเที่ยวชุมชน เป็นเสน่ห์ท้องถิ่นกระจายอยู่ตามพื้นที่ยอดนิยมใน 3 จังหวัด “อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ” ชวนมาสัมผัสวิถีชีวิต 4 ชุมชน
ชุมชนแรก “บ้านเชียง” อุดรธานี เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไทยพรวน ททท.ร่วมมือกับศิลปินกลุ่มที่เรียกว่า “จุ้มบ้านเชียง” จัดเทศกาล Art and Crafe :ศิลปะหัตถกรรมพื้นบ้านต่อเนื่องแล้ว 2 ครั้ง คัดสรรค์เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่เช่นงานศิลปะชุมชนเชิงสร้างสรรค์ นำมาต่อยอดเป็นศิลปะร่วมสมัย รอพบความแปลกใหม่เดือนกันยายน 2569 กับการท่องเที่ยวมุมใหม่ในงาน “จุ้มบ้านเชียง อาร์ต แอนด์ คราฟท์” ครั้งที่ 3
ชุมชนที่สอง “บ้านปะโค” ริมแม่น้ำโขง ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย มี “วังบัวแดง” เป็นแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดงอีกแห่งกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
ชุมชนที่สาม “พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต” ตั้งอยู่บ้านขี้เหล็กใหญ่ ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ก่อตั้งโดยคุณ “ขาบ-สุทธิพงษ์ สุริยะ” ฟู้ดสไตลิสต์ชื่อดัง ได้แปลงโฉมบ้านไม้เก่าอายุกว่า 70 ปี ทำพิพิธภัณฑ์ทำชุมชนให้มีชีวิต ดึงคนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศิลปะสีสันสวยงาม ภายใต้แนวคิด “Local สู่เลอค่า” จัดแสดงวิถีชีวิตชาวอีสาน ผสมผสานศิลปะร่วมสมัย มมีรางวัล Gourmand World Awards การันตี

ชุมชนที่ 4 “วิสาหกิจชุมชนนาคกี้” อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ ได้สร้างประติมากรรมพญานาคน้อยและกระปุกออมสิน ทาง “พระมหาศรายุทธ อคฺคธมฺโม” รองเจ้าอาวาสวัดศรีสามัคคีธรรม ตำบลศรีวิไล เป็นผู้ออกแบบซอฟท์ เพาเวอร์ ด้วยแนวคิดร่วมสมัยพัฒนาชุมชน ส่งเสริมให้เด็กรักการออม สร้างรายได้เข้าสู่วิสาหกิจชุมชนวัดนาคกี้แห่งนี้
เมื่อมาถึงชุมชนนาคกี้จะเปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรมซีเอสอาร์ วาดระบายสีผนังวัด บริจาคเงิน เพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาเณรวัดนี้ศึกษาเรียนรู้สิ่งที่ดี
เส้นทางที่ 4 การท่องเที่ยวผ้าพื้นเมืองอีสาน “ผ้าโบราณบ้านโนนกรอก” ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีชื่อเสียงการย้อมสีผ้าพื้นเมืองด้วยสีธรรมชาติ “ดอกบัวแดง” เป็นสีธรรมชาติ เนื้อผ้านุ่ม ทอลายลายขิตงดงาม และการเลือกใช้สีจากบัวแดงตอบโจทย์อัตลักษณ์จังหวัดอุดรธานีอย่างแท้จริง

เส้นทางที่ 5 การท่องเที่ยวสายมูบูชาพญานาค และวัดสำคัญ การเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงตามรอยพญานาค
“อุดรธานี” บูชาวังนาคินทร์คำชะโนด อ.บ้านดุง กราบปู่ศรีสุทโธแม่ย่าศรีปทุมมา ได้ที่วัดป่าดงหนองตาล วัดศรีดาราม วัดภูตะเภาทองมีพญานาคมุจลินท์ และวัดป่าสว่างธรรม (ศิริพร อำไพพงษ์)
“บึงกาฬ” ท่องเที่ยว “ถ้ำนาคา” ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง เป็นเส้นทางธรรมชาติระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร นำเสนอให้เป็นตัวอย่างเส้นทางการท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน ปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนหันมามีส่วนร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และดีต่อสุขภาพด้วย
ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดระเบียบการท่องเที่ยวไว้ดีมาก ทุกครั้งจะมี “มัคคุเทศก์” นำทางนักท่องเที่ยวทุกคนขึ้นไป คอยอำนวยความสะดวก อธิบายความสำคัญแต่ละจุด โดยจะกำหนดจุดแวะพักระหว่างทาง เพิ่มความสนุกสนานตลอดเส้นทาง แล้วภายในถ้ำมีประติมากรรมธรรมชาติของหินให้ได้จินตนาการ อย่าง หินคล้ายรูปหัวพญานาค เกร็ดงู หรือรูปลักษณ์ต่าง ๆ
สุขทันทีที่เที่ยว “อุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ” ยิ่งเที่ยว ยิ่งได้ประสบการณ์ ยิ่งได้สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมั่นคงแข็งแรง
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

