19 กุมภาพันธ์ 2569 – นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีปี 2568 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกิน การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ความผันผวนของราคาพลังงานจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทางการค้า ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรของอุตสาหกรรมอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวเปราะบาง บริษัทจึงดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกภายใต้วินัยทางการเงิน บริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงาน พร้อมจัดตั้ง “Crisis War Room” ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดอย่างใกล้ชิด รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศตามแนวทาง “Domestic First” เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้และลดความผันผวนของผลประกอบการ
บริษัทขับเคลื่อนองค์กรผ่านกรอบกลยุทธ์ 4R ได้แก่ Recapitalize – สร้างทุน มุ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปรับโครงสร้างการลงทุน และยุติธุรกิจที่ไม่ทำกำไร ปี 2568 ประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้รวมถึงหุ้นกู้ดิจิทัล มูลค่ารวม 11,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
Revitalize – สร้างพลัง ยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจหลักผ่านโครงการ Performance Uplift สร้าง EBITDA เพิ่ม 1,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย ธุรกิจปิโตรเลียมเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์น้ำมันยูโร 5 และ Jet A-1 รองรับการฟื้นตัวภาคการบิน ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีเร่งปรับพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ โดยเพิ่มสัดส่วนเป็น 40% และตั้งเป้า 60% ภายในปี 2573
Reframe – สร้างคน บูรณาการดิจิทัลและความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์องค์กร พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากร และ Reinvent – สร้างอนาคต ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจปลายน้ำและมูลค่าเพิ่ม มุ่งสู่การเป็น Solution Provider พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม “Graphenix X KleanTeQ” ต่อยอดเทคโนโลยีสู่ตลาดผู้บริโภค
ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายสุทธิ 232,671 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17 จากปีก่อนตามราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่ลดลง แม้ Market GIM อยู่ที่ 21,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 แต่จากแรงกดดันราคาน้ำมันดิบทำให้เกิดขาดทุนสต็อกน้ำมัน 3,382 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิ 3,571 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 31 ส่วนไตรมาส 4/2568 มีรายได้ 55,707 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน และมี EBITDA 1,356 ล้านบาท โดยบันทึกขาดทุนสุทธิ 574 ล้านบาท จากผลกระทบสต็อกน้ำมัน
สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดราคาน้ำมันดิบดูไบเคลื่อนไหวในกรอบ 60–70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยยังต้องติดตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส ขณะที่ตลาดปิโตรเคมีมีแนวโน้มอุปสงค์ทรงตัวตามเศรษฐกิจโลก แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตใหม่ โดยเฉพาะจากจีน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.01 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินประมาณ 204 ล้านบาท เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 7 เมษายน 2569 พร้อมย้ำวิสัยทัศน์ “สร้างสิ่งที่ดีเพื่ออนาคต” มุ่งเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

