คปภ. เปิดนโยบายปี 2569 ดันแผนประกันภัย ฉบับที่ 5 สู่ Risk Buffer ของประเทศ

23.02.26 | 17:15 น.

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดแถลงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานประจำปี 2569 ภายในงานมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธาน

ปี 2569 ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) แผนดังกล่าวมุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยสู่โครงสร้างพื้นฐานบริหารความเสี่ยงของประเทศ แนวคิดหลักคือการเป็น “National Risk Buffer” ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม เป้าหมายคือประชาชนเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึงและใช้เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สิน

การดำเนินงานปีนี้เน้น “แปลงแผนสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ขับเคลื่อนภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย อึด รับ ทั่ว และล้ำ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 Stability มุ่งสร้างระบบที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น ยกระดับการกำกับดูแลคนกลางประกันภัยเชิงป้องกัน นำระบบ Risk Scoring มาติดตามความเสี่ยง เตรียมยกเลิกรับเงินสดผ่านตัวแทนภายในปี 2570 เน้นการชำระเบี้ยผ่าน e-Payment ตั้งเป้าลดเรื่องร้องเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 กำหนด KPI และ SLA ชัดเจน ยกระดับการกำกับดูแลแบบ Market Conduct ใช้แนวทาง Risk-focused Supervision เดินหน้า Group-Wide Supervision เต็มรูปแบบ ป้องกันความเสี่ยงแบบลูกโซ่ในกลุ่มธุรกิจผลักดัน Insurance Community มุ่งสู่ ASEAN Insurance Hub

Advertisement

ยุทธศาสตร์ที่ 2 Resilience เสริมความมั่นคงรองรับภัยพิบัติขนาดใหญ่ พัฒนากลไกบริหารความเสี่ยงระดับประเทศ ศึกษาจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ

ยุทธศาสตร์ที่ 3 Inclusion ขยาย e-Policy สู่ประกันภัยส่วนบุคคล เชื่อมข้อมูลผ่านระบบ Custodian ผลักดัน พ.ร.บ. รถทุกคันต้องมีความคุ้มครอง สร้างเครือข่ายสื่อสารความรู้ประกันภัย นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว “น้องพิทักษ์ (PITAK)” มาสคอตประจำสำนักงาน คปภ. เพื่อเป็นตัวแทนในการสื่อสารข้อมูล ข่าวสาร และสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย เข้าถึงได้มากขึ้น และสามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

ยุทธศาสตร์ที่ 4 Technology & Data-Driven พัฒนา OIC ASAP และ OIC Gateway ผลักดัน Open Insurance ทั้งหมดเพื่อสร้างระบบที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน เพื่อให้ประกันภัยเป็นหลักประกันของประเทศอย่างแท้จริง

“เพราะประกันภัยไม่ใช่เพียงกรมธรรม์หนึ่งฉบับ แต่คือหลักประกันความมั่นคงของชีวิต เศรษฐกิจ และประเทศ”