ชวนฟังเสวนา ‘ไทยทำ ไทยใช้ ไทยได้ประโยชน์’ ดันนวัตกรรมการแพทย์ไทยในสิทธิบัตรทอง

25.02.26 | 17:23 น.

สธ. จับมือ สปสช. ร่วมกับ สทนว. และ สกสว. ดันนวัตกรรมการแพทย์ไทยสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ สิทธิบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ชวนฟังเสวนาไทยทำ ไทยใช้ ไทยได้ประโยชน์ภายใต้ 2 หัวข้อหลักมุมมองเชิงระบบ: นโยบาย ความคุ้มค่า มาตรฐานและประสบการณ์ใช้งานจริงจากโรงพยาบาล พร้อมเรื่องเล่าผลลัพธ์ผู้ป่วยวันที่ 12 มี.. 69 อาคารข่าวสด

วงการแพทย์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่มิติใหม่ ทั้งการขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และชีววิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ต่างเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัย การรักษา และการป้องกันโรคมากยิ่งขึ้น จากนวัตกรรมที่เคยอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่วันนี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพในหลายประเทศทั่วโลก

เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ ท่ามกลางบริบทของสังคมผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความคาดหวังของประชาชนต่อระบบบริการสุขภาพที่รวดเร็ว แม่นยำ และเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ดังนั้น ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค) จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมการแพทย์ไทยสู่การใช้ประโยชน์จริงในโรงพยาบาล พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักคุณภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าเชิงงบประมาณ และความเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรมการแพทย์ของไทยและเสริมสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศในอนาคตอย่างยั่งยืน

เพิ่มงบยกระดับมาตรฐาน สร้างหลักประกันสุขภาพเข้มแข็ง

Advertisement

แผ่นปิดกะโหลกศีรษะ

ปัจจุบันภาครัฐมีทิศทางเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง ในการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศไทย โดยมีมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อผลิตภัณฑ์ใน บัญชีนวัตกรรมไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณความจำเป็นที่ต้องการใช้ ในทิศทางเดียวกัน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ได้สนับสนุนการจัดหาผลิตภัณฑ์ตามบัญชีนวัตกรรมไทยเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำหนดกรอบประเมินความคุ้มค่าและมาตรฐานคุณภาพ เพื่อให้การใช้นวัตกรรมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบสุขภาพโดยรวม

ข้อมูลจากเว็บไซต์ สปสช. พบว่า มีการสนับสนุนงบประมาณกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ในบัญชีนวัตกรรมไทยที่เพิ่มขึ้น จาก 180 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2568 – 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบสุขภาพที่พึ่งพาศักยภาพภายในประเทศมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เช่น การร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข สปสช. สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ สทนว. และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน

9 นวัตกรรมการแพทย์ไทย โดยคนไทย เพื่อคนไทย

เท้าเทียมไดนามิก

ปัจจุบันมีการนำนวัตกรรมทางการแพทย์ฝีมือคนไทยเข้ามาใช้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ และเป็นการต่อยอดศักยภาพนักวิจัยและผู้ประกอบการไทยสู่มาตรฐานสากล โดยนวัตกรรมสำคัญที่ได้รับการบรรจุในสิทธิประโยชน์ ได้แก่

  1. รากฟันเทียม PRK เป็นนวัตกรรมที่ผลิตในประเทศผ่านการผลักดันโครงการวิจัย เพื่อพัฒนารากฟันเทียม ผลิตรากฟันเทียม เพื่อใช้เองภายในประเทศ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม 2. ถุงทวารเทียม (Colostomy bag) ซึ่ง สปสช. ได้เพิ่ม “ถุงทวารเทียม” ไว้ในระบบสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2561 เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่เข้าถึงอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานมากขึ้น
  2. เท้าเทียมไดนามิก sPace ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ช่วยให้ผู้พิการตัดขาสามารถเดินได้ใกล้เคียงธรรมชาติและถูกบรรจุในระบบสิทธิหลักประกันสุขภาพตั้งแต่ มีนาคม 2567 4. แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ซึ่งพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดเวลาในการผ่าตัด
  3. วัสดุสังเคราะห์สำหรับซ่อมแซมกะโหลกศีรษะ ผลิตจาก PMMA สำหรับซ่อมแซมกะโหลกศีรษะโดยการออกแบบเฉพาะราย ซึ่งใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ เพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด 6. วัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลล์ (aPgen) พัฒนาด้วยเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม เปิดโอกาสให้กับอุตสาหกรรมวัคซีนที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญขั้นสูงภายในประเทศ ช่วยเสริมความมั่นคงด้านวัคซีนและศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
  4. ชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับสำเร็จรูปชนิดเร็ว ให้ผลภายใน 15 นาที พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นและ สกสว. เพื่อป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี 8. ระบบปัญญาประดิษฐ์อ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก (AI Chest X-Ray) เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการคัดกรองวัณโรคและมะเร็งปอด ลดภาระแพทย์และขยายโอกาสเข้าถึงการตรวจวินิจฉัย และ 9. ชุดยางรัดเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร (EVL) อุปกรณ์สำหรับใช้ร่วมกับกล้องส่องตรวจเพื่อรัดเส้นเลือดที่โป่งพอง ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในผู้ป่วยโรคตับแข็ง ซึ่งมีคุณภาพและความปลอดภัยเทียบเท่าสากล

จากนวัตกรรมการแพทย์ไทยสู่เวทีแลกเปลี่ยนแห่งความยั่งยืน

ถุงทวารเทียม

เพื่อผลักดันนโยบายและงบประมาณด้านนวัตกรรมการแพทย์ไทย ให้ก้าวสู่การยอมรับและใช้จริงในระบบบริการอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ สทนว. และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. จัดเวทีเสวนา ไทยทำ ไทยใช้ ไทยได้ประโยชน์ : นวัตกรรมการแพทย์ในระบบหลักประกันสุขภาพ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ณ อาคารข่าวสด ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน FB ข่าวสด

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการเสวนาภายใต้ 2 หัวข้อหลัก ได้แก่ มุมมองเชิงระบบ: นโยบาย ความคุ้มค่า และมาตรฐาน โดยผู้แทน จาก สปสช., สทนว. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหัวข้อ ประสบการณ์ใช้งานจริงจากโรงพยาบาล และเรื่องเล่าผลลัพธ์ผู้ป่วย โดยผู้แทนจาก โรงพยาบาลแม่วงก์ และโรงพยาบาลอุดรธานี พร้อมเสียงสะท้อนจากผู้ป่วยและญาติ เพื่อถ่ายทอดบทเรียนจากพื้นที่จริง สร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ และร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์ไทยสู่ระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ครั้งสำคัญนี้ได้ ผ่านการร่วมรับฟังเสวนาภายในงาน หรือติดตามการถ่ายทอดสดตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันเปิดมุมมองใหม่ต่อทิศทางนวัตกรรมสุขภาพไทย และประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย ขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยให้ก้าวไกลอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว