รัฐบาลสั่งเข้มแก้ไฟป่า–ฝุ่นควันภาคเหนือ ระดมกำลังภาคพื้นดินและอากาศควบคุมสถานการณ์

6.03.26 | 20:59 น.

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชน

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันเป็นวาระแห่งชาติ โดยกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษทั้งในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร และเขตเมือง พร้อมกำชับการงดเผาในที่โล่งทุกประเภท การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งในช่วงเดือนมีนาคมมักเกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นและตรวจพบจุดความร้อนอย่างต่อเนื่อง

ในการปฏิบัติการภาคพื้นดิน ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 แห่ง ได้แก่ เขต 8 กำแพงเพชร เขต 9 พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง เขต 15 เชียงราย และเขต 16 ชัยนาท รวมทรัพยากรกว่า 89 หน่วย เพื่อสนับสนุนการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยจัดเตรียมอุปกรณ์สำคัญ เช่น รถดับไฟป่าพร้อมอุปกรณ์ รถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตร รถดับเพลิงระบบโฟมแรงดันสูง และชุดยานยนต์ดับเพลิงควบคุมระยะไกล เพื่อใช้ในการดับไฟ ทำแนวกันไฟ และเปิดเส้นทางเข้าพื้นที่ป่า นอกจากนี้ยังจัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) ร่วมกับชุดลาดตระเวนในพื้นที่ เฝ้าระวังจุดเสี่ยงและปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนการปฏิบัติการทางอากาศ ปภ. ได้ร่วมกับกองทัพบกจัดส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 พร้อมทีมปฏิบัติการ The Guardian Team ไปประจำการในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดยมีฐานปฏิบัติการที่กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 ปฏิบัติภารกิจบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน รวม 4 ครั้ง ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง และอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

Advertisement

รวมถึงพื้นที่ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน รวมทั้งสิ้น 66 เที่ยวบิน ใช้น้ำมากกว่า 198,000 ลิตร ช่วยควบคุมไฟป่าในพื้นที่เข้าถึงยากและลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5

นอกจากนี้ ปภ. ยังดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุก เช่น “โครงการป่าเปียก” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำปาง โดยเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าและจัดทำแนวกันไฟแบบเปียก (Wet Fire Break) เพื่อลดโอกาสการลุกลามของไฟในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ร่วมกันเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง จัดชุดลาดตระเวนป้องกันไฟป่า และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน ได้มีการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้รับทราบสถานการณ์และปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเหตุไฟป่าหรือเหตุสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด