ททท. รุกเร็วปี’69 เร่งพัฒนาดิจิทัลล้ำสมัย 3 แพลตฟอร์ม “CDP” สร้างคลังสมองข้อมูลวิเคราะห์เจาะตลาดท่องเที่ยวตรงเป้า รุก “Stakeholder Platform” สะพานเชื่อมธุรกิจไทยกับทั่วโลก นำร่องใช้ในงาน TTM Plus 2026 แลกเปลี่ยนการค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดแฟสแรก “Amazing Thailand Platform” ผนึกมาสเตอร์การ์ด รวมฐานข้อมูลลูกค้าดูพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินมาขยายตลาดเทรนด์ใหม่ ๆ ลุย “Workation Paradise Throughout Thailand Season 4” กระตุ้นนักเดินทางพันธุ์ใหม่ Digital Nomad ไทยและต่างชาติ

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 2569 ททท.ขานรับความท้าทายในฐานะหน่วยงานรัฐต้องเร่งปรับตัวพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยขยายตลาด สื่อสาร และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับภายในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากโลกหมุนเร็วจาก Chat GPT ปัจจุบันมาถึง AI Agent แล้ว เป็นระบบที่สามารถสั่งการโดยไม่ต้องพึ่งบุคลากร ทำให้ ททท.เร่งเดินหน้าสร้างสะพานเชื่อมทุกอย่างเข้าถึงลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมาย สะดวก รวดเร็ว จากการพัฒนา 3 แพลตฟอร์มหลัก ประกอบด้วย
แพลตฟอร์มที่ 1 Customer Deta Platform : CDP เป็น “มันสมอง” หรือถังดักจับข้อมูลแล้ววิเคราะห์ “ลูกค้า” มุ่งให้คนหันมาติดตาม ททท. เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สร้างความชัดเจนมากขึ้นเพื่อเจาะเข้าถึงเชื่อมข้อมูลให้ ฝ่ายการตลาด ฝ่ายสื่อสารองค์กร ให้ได้ครบสมบูรณ์มากที่สุด
แพลตฟอร์มที่ 2 Stakeholder Platform นำมาใช้บริหารจัดการความสัมพันธ์ วิเคราะห์ และสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business to Business) คือหนึ่งในช่องทางจัดเก็บข้อมูล “ผู้ประกอบการ” ทั้งของไทยซึ่งเป็นตัวแทนขาย (Salers) กับคู่ค้าทั่วโลกตัวแทนผู้ซื้อ (buyers) จะนำร่องใช้ครั้งแรกในงาน “Thailand Travel Mart Plus :TTM + 2026” ททท.เป็นเจ้าภาพจัดระหว่าง 10–12 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) จ.ชลบุรี ภาคธุรกิจจะทำงานติดต่อกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกเหนือจากงานออนไซด์ที่เปิดให้ผู้ขายกับผู้ซื้อพูดคุยกนปกติในงาน

แพลตฟอร์มที่ 3 Amazing Thailand Platform ททท.นำร่องลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) กับมาสเตอร์การ์ด พร้อมจะเข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลลูกค้าหรือ “Customer Deta” เก็บข้อมูลผ่านช่องทาง “การจ่ายเงิน” ตอบโจทย์พฤติกรรมนักผู้ใช้แพลตฟอร์มตั้งแต่ “เริ่ม-ระหว่าง-หลัง” การเดินทาง
เฟสที่ 1 ต้องการให้หน่วงานต่างๆ นำข้อมูลเข้ามาใส่เพื่อประโยชน์กับผู้ใช้บริการ เช่น กระทรวงคมนาคม ใส่ระบบการเดินทางในประเทศด้วยรถขนส่งสาธารณะ หรือการตรวจคนเข้าเมืองทำให้บันทึกข้อมูลนักท่องเที่ยวล่วงหน้าก่อนเข้าประเทศได้ นำแต่ละส่วนมาบรรจุไว้ใน “แอปพลิเคชั่นที่มีชีวิต” สามารถใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา
เฟส 2-3 ททท.หวังให้หน่วยงานระสานเชิญชวนกระทรวงเจ้าของพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น กระทรวงวัฒนธรรม เรื่อยไปจนถึงผู้ประกอบการ SMEs นำข้อมูลเข้ามาร่วมได้มากที่สุด
นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ททท.ทยอยเปิดตัวโครงการ “Workation Paradise Throughout Thailand Season 4” ต่อยอดจาก 3 ครั้งแรก ตั้งเป้าขยาฐานสู่ “ตลาดต่างประเทศ” จะกระตุ้นการออกเดินทางอย่างจริงจังกระจายตามพื้นที่ ตอบโจทย์การท่องเที่ยว “วันธรรมดา” เน้นสร้างกระแสการใช้งานขานรับเทรนด์กลุ่มคนรุ่นใหม่ชอบเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วสามารถทำงานได้ด้วย ในซีซั่น 4 ตั้งแต่มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมรองรับคนไทยและต่างชาติ 3 กิจกรรม ดังนี้
“กลุ่มคนไทย” นักเดินทางหรือนักท่องเที่ยว Digital Nomad ร่วม 2 กิจกรรม ได้แก่
กิจกรรมที่ 1 Top 10 Best Workation in Thailand โหวตแหล่งท่องเที่ยวได้ทำงานด้วย ทั่วไทย 10 แห่ง ชิงเงินรางวัล 200,000 คน
กิจกรรมที่ 2 100 เดียวเที่ยวได้งาน ททท.ร่วมกับ Mr. CK Cheong ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟาสต์เวิร์ค เทคโนโลยีส์ จำกัด ใช้แพลตฟอร์ม Fast work ทำโปรโมชั่นให้จองซื้อ “โวเชอร์ 100 บาท” สามารถพักโรงแรมระดับ 5 ดาว เช่น ศรีพันวา และเซ็นทารา ทั่วเมืองไทย โดยจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบร่วมจองได้ 2 รอบ
รอบแรก : วันที่ 25 มีนาคม 2569 บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Fastwork
รอบสอง : วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 บนเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/workationthailand

“กลุ่มต่างชาติ” นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทาง Digital Nomad เปิดให้เข้าร่วมอีก 1 กิจกรรม คือ
กิจกรรมที่ 3 Workation Paradise in Thailand เปิดให้ต่างชาติพำนักในไทย (Expat) แข่งขันกันทำ Video Content แชร์ประสบการณ์ Workation เผยแพร่การพักอยู่ในไทยแล้วสามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย มีแหล่งท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตสะดวกรวดเร็ว ทาง ททท.จะใช้ศักยภาพกลุ่มคนที่ทำงานนอกสถานที่ (Remote WorkerX ที่ไม่ใช่สำนักงานแบบเดิม ๆ ใช้เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และเครื่องมือสื่อสาร ทำงานจากที่บ้าน คาเฟ่ หรือ Co-working space เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้
นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ยังพร้อมร่วมกับพันธมิตรพัฒนา AI ยกระดับปัญญาประดิษฐ์ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหน้าบ้านและหลังบ้าน เชื่อมกับ TAT-IC เสิร์ซข้อมูลแล้วตอบทุกอย่างได้ เป็นยุคที่ต้องไม่ตกขบวน AI ททท.จึงพยายามก้าวให้ทันเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยทั้งตลาดในประเทศและเวทีโลก
ปี 2569 ผลลัพธ์ที่ได้ทางกุ่มผู้ประกอบการไทยตื่นตัวตอบรับดิจิทัลของ ททท.ดี ทั้ง 2 เรื่อง
เรื่องที่ 1 เข้ามาใช้งานแพลตฟอร์ม ดิจิทัล ของ ททท.ซึ่งพัฒนาขึ้นมาใช้เป็นช่องทางเพิ่มประสิทธิภาพทางการขาย ขยายพันธมิตรในอนาคต จับคู่แลกเปลี่ยนธุรกิจกันได้ง่ายขึ้นกับทั่วโลก
เรื่องที่ 2 แอปพลิเคชั่น Amazing Thailand ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เร่งนำแอปพลิเคชั่นมาเชื่อมต่อเป็นช่องทางหนึ่งเปิดให้ต่างประเทศลงทะเบียนผ่านแล้วก็รับสิทธิประโยชน์เชื่อมโยงอย่าง เครื่องดื่มฟรี โปรโมชั่น โวเชอร์ต่าง ๆ นวดสปา และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งต่อข้อมูลกลับไปยัง TAT-IC ครบวงจร เป็นสิ่งที่ ททท.ต้องการพัฒนาเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งประเทศเติบโตในเวทีโลกอย่างเข้มแข็งยั่งยืน
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

