เตือน 5 สัญญาณเส้นเลือดขอดที่หลายคนมองข้าม นพ.ธนา ศิริเวช ศัลยแพทย์หลอดเลือด

18.03.26 | 17:56 น.

โรคเส้นเลือดขอดเป็นหนึ่งในโรคหลอดเลือดที่พบได้บ่อยในคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ต้องยืนหรือเดินเป็นเวลานาน เช่น บุคลากรทางการแพทย์ พนักงานขาย พนักงานบริการ รวมถึงผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเพียงปัญหาด้านความสวยงาม แต่ในความเป็นจริง เส้นเลือดขอดสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

นพ.ธนา ศิริเวช ศัลยแพทย์หลอดเลือด ให้ข้อมูลว่า เส้นเลือดขอดเกิดจากความผิดปกติของลิ้นในหลอดเลือดดำบริเวณขา ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดกลับสู่หัวใจ เมื่อระบบดังกล่าวทำงานผิดปกติ จะทำให้เลือดไหลย้อนและคั่งอยู่ที่ขา ส่งผลให้หลอดเลือดดำโป่งพอง และเริ่มเห็นเป็นเส้นเลือดชัดเจนบริเวณน่องและต้นขา

“หลายคนเข้าใจว่าเส้นเลือดขอดต้องเห็นเส้นเลือดโป่งชัดก่อนจึงจะถือว่าเป็นโรค แต่จริงๆ แล้วเส้นเลือดขอดสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีเส้นเลือดโป่งให้เห็น อาการเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับขา อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคได้”

นพ. ธนา แนะนำว่า หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจประเมินหลอดเลือดดำตั้งแต่แรก

Advertisement
  • ปวดขา หรือรู้สึกหนักขา โดยเฉพาะช่วงเย็น
  • ขาบวม โดยเฉพาะบริเวณใต้เข่าลงไปและข้อเท้า
  • เป็นตะคริวตอนกลางคืนบ่อย
  • มีอาการแสบร้อน คันขา
  • ผิวหนังบริเวณข้อเท้ามีสีคล้ำ

อาการเหล่านี้มักถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่าเกิดจากความเมื่อยล้าทั่วไป แต่หากปล่อยไว้นาน โรคอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ผิวหนังอักเสบ หรือแผลเรื้อรังจากเส้นเลือดขอด ซึ่งรักษายากและใช้เวลานาน

ปัจจุบันการตรวจเส้นเลือดขอดสามารถทำได้อย่างแม่นยำด้วยการตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือด (Duplex Ultrasound) ซึ่งช่วยประเมินการไหลเวียนของเลือดและช่วยระบุจุดที่เกิดความผิดปกติได้อย่างชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

นพ.ธนา อธิบายว่า หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก การรักษามักไม่ซับซ้อน และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้อย่างมาก

แนวทางการรักษาเส้นเลือดขอดในปัจจุบันมีหลายหลายวิธี เริ่มตั้งแต่

  • การรับประทานยาช่วยการไหลเวียนของเลือดดำ
  • การใส่ถุงน่องทางการแพทย์
  • การฉีดยารักษาเส้นเลือดขอดฝอย
  • การผ่าตัดเส้นเลือดขอดไร้แผล หรือการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือด เช่น เลเซอร์(Endovenous Laser Ablation:EVLA), คลื่นความถี่วิทยุ(RFA) หรือกาวทางการแพทย์(Endovenous glue closure)

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นช่วยให้การรักษามีความแม่นยำ เจ็บน้อย และฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในเวลาไม่นาน

“หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่เครื่องมือหรือเทคโนโลยี แต่คือการประเมินโรคอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น และเลือกวิธีรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย”

อย่ารอจนมีแผล ควรพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณ

แพทย์เฉพาะทางศัลยแพทย์หลอดเลือดแนะนำว่า ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ต้องยืนนาน น้ำหนักเกิน หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเส้นเลือดขอด ควรสังเกตอาการของตนเอง และเข้ารับการตรวจเมื่อเริ่มมีความผิดปกติ เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ผลลัพธ์ดี ลดค่าใช้จ่าย และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

ผู้ที่ต้องการตรวจประเมินหรือปรึกษาเรื่องเส้นเลือดขอด สามารถเข้ารับคำแนะนำจากศัลยแพทย์หลอดเลือด นพ.ธนา ศิริเวช ได้ที่ คลินิกหมอธนาหมอขวัญ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยในระยะยาว ติดต่อไลน์ @thanakwanclinic หรือโทร 085-700-5132