สยามคูโบต้า เผยโร้ดแมป ปี’ 69 ตั้งเป้ารายได้ 6.2 หมื่นล้าน
ปักหมุดไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ของอาเซียน
พร้อมเดินหน้าสู่ Global Major Brand ในปี 2573
กรุงเทพฯ 6 มีนาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ประกาศผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่ง ด้วยรายได้กว่า 55,000 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาคอาเซียน พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ 62,000 ล้านบาท เดินหน้าสู่การเป็น “Global Major Brand 2030” และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ของภูมิภาค
บริษัทฯ มุ่งยกระดับบทบาทสู่ “Food Security Partnerships” ในห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ควบคู่การพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “KUBOTA Next Gen Farmer” และการเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่ 3 รายการในปี 2569 ได้แก่ รถตัดอ้อย แทรกเตอร์ตู้แอร์ และโดรนการเกษตร
นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 55,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 60% และต่างประเทศ 40% สะท้อนศักยภาพการเป็นฐานการผลิตสำคัญในอาเซียน โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 62,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์เชิงรุกที่มุ่งยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเกษตรครบวงจร (Total Agri-Solutions Provider) ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรมเครื่องจักร และระบบฟาร์มอัจฉริยะ

ทั้งนี้ ประเทศไทยถูกวางให้เป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ใน 2 มิติ ได้แก่ การเป็นพื้นที่นำร่อง (Pilot Site) สำหรับทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร และการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมไปยังประเทศในภูมิภาค พร้อมยืนยันการรักษามาตรฐานการผลิตระดับเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ภายใต้หลัก QCD (Quality, Cost, Delivery)
ด้านนางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวว่า ภาคการเกษตรไทยปี 2568 ขยายตัว 3.3% จากปัจจัยด้านสภาพอากาศและปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวย แม้ยังมีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ค่าเงินบาท และมาตรการทางการค้า โดยคาดว่าในปี 2569 ภาคเกษตรจะเติบโต 2–3% จากแรงหนุนของนโยบายภาครัฐและการบริโภคในประเทศ
สยามคูโบต้าจึงเร่งขับเคลื่อนแผนธุรกิจระยะกลางผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- Smart Farming ผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะ เช่น KIS และแอปพลิเคชัน K-iAgri เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุน
- เกษตรมูลค่าสูง ส่งเสริมการปลูกพืชผสมผสาน การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ และการเชื่อมโยงตลาดสู่ผู้บริโภคโดยตรง
พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน “มหกรรมพืชสวนโลก 2569” ณ จังหวัดอุดรธานี เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมเกษตรผ่าน “คูโบต้าพาวิลเลียน” บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร นำเสนอเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นและโซลูชันเกษตรอัจฉริยะ
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนา “KUBOTA Next Gen Farmer” เพื่อสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมตั้งแต่ระดับการศึกษาไปจนถึงผู้ประกอบอาชีพจริง รวมถึงการขับเคลื่อนเกษตรคาร์บอนต่ำ และเป้าหมาย Net Zero ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น พิจิตรแซนด์บ็อกซ์
นายปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ “MIND” เพื่อยกระดับโซลูชันเกษตร ได้แก่
- M (Market Insight & Agility): พัฒนาเครื่องจักรและบริการหลังการขายครบวงจร พร้อมเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ
- I (Innovation-Driven Solutions): เปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น รถตัดอ้อย SH-K1 แทรกเตอร์ตู้แอร์ และโดรนการเกษตร
- N (Enhance Living Quality): ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น Agri-Solutions Project และการส่งเสริมพืชหลังนา
- D (Deep Customer-Centricity): ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมบริการหลังการขาย เช่น โปรแกรม CARE 5 ปี และ Service Day กว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ
ปัจจุบัน สยามคูโบต้ามีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,700 คน ที่พร้อมดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงานในทุกมิติ
การก้าวสู่ “Food Security Partnerships” ของสยามคูโบต้าในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยืนเคียงข้างเกษตรกรและสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันอนาคตเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป



