TCEBดันไมซ์ไทยเอ็กซิบิชั่นฮับ-ชงรัฐรับมือโลกป่วน3มาตรการ/ลดหย่อนภาษี

23.03.26 | 14:42 น.

บิ๊ก TCEB ปี’69 ดันอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยขึ้นผู้นำ “เอ็กซิบิชั่น ฮับ” เอเชีย ด้วย 3 แคมเปญ ชู“วัน สต็อป เซอร์วิส” ทำ “ดิจิทัล โปรโมโมชั่น” บูม “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” พร้อมชงรัฐคลิกออฟแผนรับมือตะวันออกลางเริ่มเม.ย.นี้ 3 มาตรการ “ลดหย่อนภาษี-ประชุมเมืองไทยพลัส-ไทยแลนด์ แพจเกจ พลัส”

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ปี 2569 ทีเส็บวางกลยุทธ์นำไทยเป็นศูนย์กลางงานแสดงสินค้านานาชาติ (Exhibition Hub) ด้วย 3 แคมเปญ ประกอบด้วย แคมเปญที่ 1 Bangkok Thailand as Exhibition Hub of ASAEN มุ่งสร้างประสบการณ์ไมซ์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นใช้เครื่องมือช่วยผู้จัดการอำนวยความสะดวกนำเข้าอุปกรณ์การจัดงานแสดงสินค้าในไทย พร้อมกับจัดตั้ง “คณะกรรมการ วัน สต็อป เซอร์วิส” เพื่อให้การทำงานเบ็ดเสร็จในจุดเดียวเพราะประเทศไทยก่อนหน้านี้การนำเข้าอุปกรณ์จากประเทศต่าง ๆ จะต้องออกขอใบอนุญาตจากเกือบ 10 หน่วยงาน กว่า 200 ใบ

“คณะกรรมการ” ชุดนี้เป็นโครงสร้างใหม่จะมีภาครัฐเข้ามาร่วมอยู่ด้วย ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เช่น กรมศุลกากร สรรพามิต กระทรวงแรงงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOT) เพื่อตรวจอุปกรณ์และออกใบอนุญาต ตอนนี้เริ่มปลดล็อกได้บ้างแล้ว โดยคณะกรรมการหารือกับทางสำนักงานอาหารและยา (อย.) ดูแลอย่างชัดเจ เรื่องการดึงงานแสดงสินค้า “อาหารและยา” มาจัดในไทย ที่ผ่านมานำเข้าอุปกรณ์ต่าง ๆ ยากที่สุด หรือแม้แต่งานแสดงสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ทำให้ไทยเสียโอกาสไม่สามารถนำงานไวน์ระดับนานาชาติมาได้จัดได้

ล่าสุดดึงงาน World Health Expo (WHX) Bangkok 2026” มาได้แล้ว เตรียมจัด 8-10 กรกฎาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นมหกรรมแสดงนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์และห้องปฏิบัติการชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้พื้นที่กว่า 15,000 ตร.ม. คาดจะมีผู้เข้างานกว่า 13,000 คน จาก 54 ประเทศ มีขนาดใหญ่เกือบที่สุดในโลก เปลี่ยนมาจัดไทยแทนดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

Advertisement

แคมเปญที่ 2 Digital Promotion เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยจะมอบสิทธิ์ทางการเงินให้สมาคมต่าง ๆ เชิญชวนตัวแทนผู้ซื้อ ผู้ร่วมงานจากนานาประเทศ เดินทางเข้ามาในไทย โดยทีเส็บมีโปรแกรม MICE Winnovation ทำร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล “DEPA” สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) “NIA” สนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์ครบวงจร ทั้งผู้จัดงาน ผู้ให้บริการ ผู้จัดแสดงสินค้า โรงแรม ร่วมออกแบบโซลูชั่นนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้แต่ละงานไมซ์ ทั้งการประหยัดพลังงาน และมีแอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกให้ซื้อคาร์บอน เครดิต ได้ด้วย

แคมเปญที่ 3  “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” ทีเส็บร่วมกับศูนย์ประชุมชั้นนำ เช่น ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และอื่น ๆ ยกระดับความเชื่อมั่น ติดตั้ง CCTV กล้องวงจรปิด ระบบเชื่อมโยงการขนส่งครบวงจร ล่าสุดทำโครงการ “ประหยัดพลังงาน” กับทางสมาคมโรงแรมไทย และศูนย์ประชุมไทย ทำข้อกำหนดการใช้เครื่องปรับอากาศ พลังงาน ไฟฟ้า ลดปล่อยคาร์บอน รณรงค์ให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้างาน

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บจะพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์เดินหน้าตามเป้าหมายควบคู่เตรียมความรับสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กำลังเผชิญกับ “ราคาตั๋วโดยสาร” สูงขึ้นมาก แล้ว “จำนวนที่นั่งเที่ยวบิน” ก็ไม่เพียงพอ แถมน้ำมันในตลาดโลกเริ่มขาดแคลน ทำให้ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สูงมากขึ้น เช่น ค่าประกันการเดินทาง แต่ไทยได้รับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยสูงกว่าในยุโรป

ขณะนี้สถานการณ์ตลาดไมซ์ต่างประเทศมาไทย “ยังปกติไม่มียกเลิก” แต่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบระยะยาวหากการสู้รบปิดช่องแคบฮอร์มูสยืดเยื้อเกิน 3 เดือน

กลุ่มที่ 1 มีแนวโน้มจะลดลงคือ “คอร์ปอเรต” อาจจะตัดสินใจชะลอจัดประชุมและให้รางวัลการเดินทาง (Meeting &Incentive)

กลุ่มที่ 2 งานแสดงสินค้า เทรดโชว์ เฟสติวัล ยังคงต้องอยู่ในธุรกิจแต่อาจ “ลดจำนวน” ทั้งงานและคนเดินทางเพื่อควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย

ช่วงปีงบประมาณทีเส็บตลอด 2 ไตรมาส ระหว่างตุลาคม 2568-มีนาคม 2569 “ตลาดไมซ์ระยะใกล้” เดินทางมาปกติ ได้แก่ อินเดีย จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ส่วน “ตลาดระยะไกล” ได้แก่ อเมริกา กลุ่มบริษัทขายตรงได้รางวัลการเดินทาง (incentive) ยุโรป ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน ยังคงดีอยู่

แต่ “สถานการณ์” ใน “ตะวันออกกลาง” ยังครุกรุ่น จึงตั้งโจทย์จาก “ราคาน้ำมันตลาดโลก” เป็นหลัก แบ่งเป็น

กรณีที่ 1 “ราคาน้ำมันปรับสูงถึง 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะนำไปสู่ “วิกฤตโลก : Global Recession” ทั้งเศรษฐกิจโลก โลจิสติกส์ในภูมิภาค เอเชีย โอเชเนีย ยุโรป อเมริกา รวนตามไปด้วย กรณีนี้อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยจะลดลงเกือบ 50 %

กรณีที่ 2 สถานการณ์สู้รบยืดเยื้อถ้าไม่เกิน 3 เดือน ไมซ์ในไทยอาจจะลบ 10 % แต่ถ้าเกิน 3 เดือน จะสร้างความเสียหายที่ประเมินได้ค่อนข้างยาก

เนื่องจาก “น้ำมัน” เป็นพลังงานมีส่วนสำคัญอย่างมากกับระบบวงจรโลจิสติกส์ ทั้งการนำคนไปยังสถานที่จัดงาน การขนส่งอาหารเข้าไปบริการไมซ์ และแผนกระจายการจัดงานจากจังหวัดหลักและเมืองรอง จะเกิดปัญหาทันที

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บได้เสนอผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภาพัฒน์) พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ จะเริ่มเมษายน 2569 นำร่อง 3 มาตรการ ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 ลดหย่อนภาษีได้ตามจริง 2 เท่า หรือ 200 % จะเริ่มเมษายน นี้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

-กลุ่มแรก จัดงานประชุม สามารถนำค่าใช้จ่าย ลงทะเบียน ห้องพัก ตั๋วโดยสารเครื่องบิน

-กลุ่มที่สอง จัดงานแสดงสินค้า ทั้งผู้นำสินค้ามาจัดแสดง ผู้ร่วมออกบูธทำธุรกิจ นำค่าใช้จ่าย การเดินทาง เช่าพื้นที่ ติดตั้งอุปกรณ์บูธ ไฟฟ้า ค่าโฆษณา ลดหย่อนภาษีได้

-กลุ่มที่สาม เมกะอีเวนต์ ให้ผู้จัดงานลดหย่อนภาษีได้ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ การเดินทาง อินเตอร์เน็ต ประชาสัมพันธ์สินค้า

มาตรการที่ 2 ประชุมเมืองไทย พลัส กระตุ้นการจัดไมซ์ตลาดในประเทศ จะเริ่มพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป นำร่องจากกลุ่มสมาคมเอกชน เชิญชวนรัฐบาลมีนโยบายหน่วยงานรัฐจัดการประชุมข้ามภาค ข้ามจังหวัด

มาตรการที่ 3 ไทยแลนด์ แพกเกจ พลัส จะเริ่มพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป โดยเพิ่มแรงจูงใจตลาดไมซ์ต่างประเทศ ทีเส็บจะร่วมกับสายการบินต่าง ๆ อย่าง การบินไทย และสายการบินที่มีเที่ยวบินตรงมาไทย นำนักเดินทางจากประเทศต้นทางเข้ามาร่วมงานในไทย ส่วนในประเทศจะจับมือกับโรงแรม รถขนส่ง ทำค่าห้องพักและค่าโดยสารราคาพิเศษจูงใจไมซ์ทุกกลุ่ม

ทีเส็บพร้อมจะทำให้เชื่อมต่อ “ตลาดอุตสาหกรรมไมซ์ของไทย” ฝ่าความท้าทายทำให้ปี 2569 มีรายได้ 1.63 แสนล้านบาท กระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

เรื่องโดย #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen