โตโยต้า จัดแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ” 2017 ชิงรถไฮลักซ์ รีโว่ พร้อมเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.9 ล้าน

22.05.17 | 21:11 น.

โตโยต้า ส่งเสริมวงการลูกหวายไทย จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ” 2017 ชิงรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ พร้อมเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท

พันโทรุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและ สิทธิประโยชน์ ร่วมกับ นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ อุปนายกและเหรัญญิกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย และ นายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ และ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าว จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์ประเทศไทย “รีโว่ คัพ 2017” เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560  ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ  7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกีฬาเซปักตะกร้อหนึ่งในกีฬาเอกลักษณ์ของประเทศไทย ด้วยการร่วมมือกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เพื่อเผยแพร่กีฬาตะกร้อไทยและสร้างโอกาสให้นักกีฬาทุกระดับได้พัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้พร้อมสู่การแข่งขันในระดับสากล

 นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า “โตโยต้า ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกีฬาเซปักตะกร้อนั้นถือเป็นกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อันมีนักกีฬาที่เปี่ยมศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ในการแข่งขันระดับนานาชาติมาโดยตลอด

ปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนหลักการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์ประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับ สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ 2017” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

Advertisement

เผยแพร่และพัฒนากีฬาตะกร้อของไทย และยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสู่ระดับอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสในการเฟ้นหานักกีฬารุ่นใหม่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมชาติตลอดจนเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถเชิงกีฬาอย่างสร้างสรรค์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์”

การแข่งขันเซปักตะกร้อ ชิงแชมป์ประเทศไทย “รีโว่ คัพ 2017”

การแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่คัพ 2017” เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น จึงได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

☼       ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 16 ปี

☼       ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 12 ปี

☼       ประเภทนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี

ทั้งนี้การแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่คัพ 2017” จะเริ่มขึ้นโดยการคัดเลือกตัวแทนจังหวัดภายใต้การคัดเลือกของการกีฬาแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด เพื่อส่งทีมเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค

การแข่งขันในรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค แบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่

☼       ภาคกลาง พร้อมกรุงเทพฯและปริมณฑล

☼       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

☼       ภาคเหนือ

☼       ภาคใต้

สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นการนำทีมตัวแทนระดับภูมิภาคในแต่ละประเภท จำนวนภาคละ 9 ทีม รวมทั้งสิ้น 36 ทีม เข้าไปทำการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 24 – 27 สิงหาคม ศกนี้ ที่กรุงเทพมหานคร สำหรับแชมป์ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 16 ปีจะได้รับถ้วยเกียรติยศประจำปีพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นสมาร์ทแคบ 2.4J เกียร์ธรรมดา มูลค่า 599,000 บาท จำนวน 1 คัน สำหรับแชมป์ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 12 ปี และประเภทนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี จะได้รับถ้วยเกียรติยศประจำปีพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รวมมูลค่ารางวัลการแข่งขันทั้งสิ้นกว่า 2.9 ล้านบาท นับว่าเป็นการจัดการแข่งขันตะกร้อรายการใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของประเทศ

กำหนดการแข่งขัน

  • รอบคัดเลือกระดับจังหวัด ( 77 จังหวัด )
    • ระหว่าง วันที่ 1-25 มิถุนายน 2560
  • รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค
    • ภาคเหนือ                    6-9 กรกฎาคม          พิษณุโลก
    • ภาคกลาง           13-16 กรกฎาคม        ชลบุรี
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20-23 กรกฎาคม        ขอนแก่น       
    • ภาคใต้                    27-30 กรกฎาคม        สุราษฎร์ธานี
  • นัดชิงชนะเลิศ
    • ชิงแชมป์ประเทศไทย            24 – 27 สิงหาคม       กรุงเทพมหานคร

“ผมมั่นใจว่า การแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ 2017” จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการกีฬาตะกร้อไทย ส่งเสริมให้กีฬาตะกร้อได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และสามารถสร้างนักกีฬาตะกร้อรุ่นใหม่เข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมสืบสานตำนานตะกร้อไทยให้ครองความเป็นหนึ่งตลอดไป” นายสุรศักดิ์ กล่าวในที่สุด