ค่าไฟงวดใหม่จ่อขยับ! กกพ. ชง 3 ทางเลือก พ.ค.–ส.ค. 69 ลุ้นทะลุ 4.59 บาท/หน่วย ตามราคาก๊าซโลกพุ่ง

26.03.26 | 18:00 น.

สถานการณ์ค่าครองชีพของประชาชนส่อเค้าเผชิญความท้าทายอีกระลอก เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ออกมาเปิดเผยทิศทางค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) งวดใหม่ (พฤษภาคม – สิงหาคม 2569) ที่เตรียมปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในปัจจุบัน โดยสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ดันให้ราคาก๊าซในตลาดโลกพุ่งทะยานจ่อแตะ 20 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ซ้ำเติมด้วยภาวะอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. ฉายภาพสถานการณ์ว่า แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะพุ่งสูงจนกดดันค่าไฟงวดหน้าอย่างหนัก แต่ กกพ. ยืนยันว่ายังมี “เครื่องมือ” ในการบริหารจัดการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการดึงเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) มาช่วยโปะ หรือการทยอยบริหารภาระหนี้ต้นทุนคงค้าง (AF) ให้กับ กฟผ. และ ปตท. เพื่อรักษาสมดุลไม่ให้บิลค่าไฟของประชาชนพุ่งพรวดจนรับไม่ไหว ขณะเดียวกันก็ต้องพยุงเสถียรภาพทางการเงินของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งด้วย

ล่าสุด กกพ. ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตั้งแต่วันที่ 25 – 31 มีนาคม 2569 ก่อนเคาะมติสุดท้าย โดยได้เสนอทางเลือกการปรับขึ้นค่าไฟ 3 ซีนาริโอ ได้แก่

ทางเลือกแรก: จ่ายหนี้คืน กฟผ. ทั้งก้อน หากเลือกทางนี้ ค่าไฟเฉลี่ยจะพุ่งไปอยู่ที่ 4.59 บาทต่อหน่วย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากงวดปัจจุบัน) เนื่องจากต้องนำเงินไปชำระหนี้สะสมที่ กฟผ. แบกรับไว้กว่า 35,928 ล้านบาทให้หมดภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อต่อลมหายใจทางการเงินให้ กฟผ. กลับสู่สภาวะปกติ

ทางเลือกที่สอง: กฟผ. แบกหนี้ต่อ ค่าไฟจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5) โดยเป็นการสะท้อนเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงที่แพงขึ้นในงวดนี้ ขณะที่ กฟผ. จะยอมหลังแอ่น รับภาระหนี้ก้อนโตเกือบ 3.6 หมื่นล้านบาทไว้แทนประชาชนต่อไปก่อน

Advertisement

ทางเลือกที่สาม: ดึงเงินกองกลางมาอุ้ม (เซฟค่าไฟถูกสุด) นี่คือทางเลือกที่กระทบกระเป๋าตังค์ประชาชนน้อยที่สุด โดยค่าไฟจะอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ขยับขึ้นเพียงร้อยละ 2) วิธีนี้ กฟผ. จะยังคงแบกหนี้ต่อไปเช่นกัน แต่ กกพ. จะควักกระเป๋านำเงิน “Claw back” หรือเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่เก็บรักษาไว้กว่า 9,472 ล้านบาท มาอุดหนุนเพื่อช่วยลดภาระให้ประชาชนในภาวะวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลาง

นอกเหนือจากทิศทางค่าไฟที่จ่อปรับขึ้นแล้ว ดร.พูลพัฒน์ ยังได้ฝากไปถึงประชาชนถึงบิลค่าไฟในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน การเปิดแอร์และพัดลมดับร้อนจะทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น และเมื่อเจอกับโครงสร้างการคิดค่าไฟแบบ “อัตราก้าวหน้า” (Progressive Rate) หรือยิ่งใช้เยอะยิ่งแพง อาจทำให้หลายบ้านต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ จึงอยากขอความร่วมมือให้คนไทยช่วยกันใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจร่วมชี้ชะตาค่าไฟงวดหน้า สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. ภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ก่อนที่บอร์ด กกพ. จะพิจารณาสรุปและประกาศผลอย่างเป็นทางการต่อไป