ปัจจุบันสถานการณ์ภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีกำลังทวีความรุนแรงและใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้นในยุคดิจิทัล ซึ่งการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานในระบบเทคโนโลยีโดยรวม ดังนั้น การตระหนักรู้และทักษะการป้องกันตัวจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญของสังคมในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์) จึงร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถรับมือกับภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรู้เท่าทัน และเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล
ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากความห่วงใยของ บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ และ บช.สอท. ที่มีต่อพี่น้องประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ภัยหลอกลวงทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและแพร่หลายมากขึ้นในหลายช่องทาง โดยเฉพาะกรณีการใช้เทคโนโลยี AI Deepfake สร้างตัวตนปลอมในชื่อ “สมชาย แซ่ตั้ง” เพื่อหลอกชักชวนลงทุน พร้อมแอบอ้างภาพบุคคลจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความสับสนและมีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว บิทคับ จึงได้ดำเนินแคมเปญ “#ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง” เพื่อสื่อสารเตือนภัยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มียอดเข้าชมรวมกว่า 10 ล้านครั้ง และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการผนึกกำลังกับตำรวจไซเบอร์ในการยกระดับการให้ความรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล และป้องกันภัยออนไลน์ในวงกว้าง

อรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ ระบุว่า ที่ผ่านมาพบการแอบอ้างชื่อบริษัทบิทคับจากมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยทางบริษัทได้ดำเนินการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินการระงับโฆษณาหลอกลวงอย่างเต็มที่มาโดยตลอด
“เราตระหนักดีว่าการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทบิทคับ รวมถึง บิทคับ ออนไลน์ จึงมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐตามกระบวนการทางกฎหมาย ควบคู่กับการส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่ต้น ภายใต้แนวคิด “ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ” อรรถกฤต กล่าว
ขณะที่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับอีกท่าน ชัญธิกา ชมโฉม กล่าวว่า ในนามตัวแทนผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเน้นย้ำถึงความร่วมมือกับ บช.สอท. ในฐานะพันธมิตรสำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งทางบิทคับมีความพร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนการทำงานของตำรวจไซเบอร์อย่างเต็มที่ ทั้งในเชิงรุกด้านการปราบปราม การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ประชาชน ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยไซเบอร์ และยกระดับความปลอดภัยในระบบนิเวศดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ด้าน พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ถือเป็นภารกิจเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนสูญเสียเงินจากมิจฉาชีพเฉลี่ยสูงถึงวันละ 70 ล้านบาท โดยเฉพาะการหลอกลงทุนที่สร้างความเสียหายสะสมกว่า 30,000 ล้านบาท ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านคน
“ความร่วมมือในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างมาตรการทั้งเชิงป้องกันและเชิงรุก เพื่อลดโอกาสการเกิดอาชญากรรมในโลกดิจิทัล พร้อมยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความนิยม”
รองผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระบุอีกว่า บิทคับ เป็นแพลตฟอร์มของคนไทยที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ ซึ่งช่วยให้การประสานงานมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย บช.สอท. ขอยืนยันว่ามีความพร้อมในการร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม
พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 กล่าวเสริมว่า ขอแสดงความชื่นชมต่อความร่วมมือระหว่าง กลุ่มบริษัทบิทคับ และ บช.สอท. ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพของทั้งสองหน่วยงาน ทั้งในด้านองค์ความรู้และการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนช่วยลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ความร่วมมือระหว่าง บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์) และ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมืออย่างรอบด้าน ทั้งการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน ตลอดจนการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยบนพื้นฐานของความมั่นคง โปร่งใส และยึดมั่นในกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ สำหรับประชาชนและนักลงทุนที่พบเห็นเหตุผิดปกติหรือเข้าข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.go.th/ ขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลธุรกรรมผ่านทุกช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัทได้ ทั้ง Facebook, Instagram, Website และ Tiktok หรือโทร 1518 หรือ 0-2032-9555 เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและปลอดภัย อันจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานได้ในระยะยาว

