จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 ของไทยประจำปี 2017 ในสาขา Accounting & Finance และ สาขา Business & Management

30.05.17 | 13:00 น.
รศ.ดร พสุ เดชะรินทร์

จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 ของไทยประจำปี 2017 ในสาขา Accounting & Finance และ สาขา Business & Management ด้วยการบริหารจัดการที่ยั่งยืน

 QS World University Rankings by Subject เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัยตามสาขาวิชาต่างๆ จำนวน 46 สาขา โดย QS จากประเทศอังกฤษ เป็นหน่วยงานในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลก ซึ่งผลการจัดอันดับของ QS นั้น ได้รับความเชื่อถือและใช้อ้างอิงจากสถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก

ในปีนี้ ในสาขา Accounting & Finance นั้น ในประเทศไทยมีเพียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงสถาบันเดียวที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 150 อันดับแรกของโลก และในสาขา Business & Management นั้นมีเพียงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพียงสถาบันเดียว ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 200 อันดับแรกของโลก และถือเป็นอันดับ 1 ของไทย   ตามด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กลุ่มอันดับที่ 201-250 ของโลก) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (กลุ่มอันดับที่ 251-300 ของโลก) เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียนแล้ว มีเพียงมหาวิทยาลัยของสิงคโปร์ 3 แห่ง ที่มีอันดับดีกว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ National University of Singapore, Nanyang Technology University, Singapore Management University

ทั้งนี้การจัด QS World University Rankings by Subject นั้น ทาง QS ได้จัดอย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่ปี 2014 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยมีเกณฑ์ในการพิจารณาอยู่ 4 ประการด้วยกันได้แก่

  1. Academic reputation ซึ่งทาง QS จะมีการสำรวจนักวิชาการทั่วโลกกว่า 70,000 ท่าน เพื่อสอบถามว่าในแวดวงวิชาการของแต่ละสาขาแล้ว มหาวิทยาลัยใดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในมุมมองของนักวิชาการ
  2. Employer reputation ทาง QS จะมีการสอบถามองค์กรหรือนายจ้างต่างๆ กว่า 40,000 รายทั่วโลก เพื่อสอบถามถึงมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศของตนเองและในต่างประเทศ ว่าเป็นสถาบันที่ผลิตบัณฑิตเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานมากที่สุด
  3. Research citations per paper เป็นการวัดว่าผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ในสถาบันต่างๆ ได้รับการยอมรับและมีการอ้างถึงมากน้อยเพียงใด โดยเป็นการวัดในรูปแบบของจำนวนการอ้างอิงถึงทางวิชาการ (citation) ต่อผลงาน
  4. H-index เป็นการวัดว่าผลงานทางวิชาการที่ได้มีการตีพิมพ์นั้น มีอิทธิพลหรือผลกระทบมากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากผลงานทางวิชาการที่มีการอ้างอิงมากที่สุด และจำนวนครั้งที่ได้รับการอ้างอิง

รองศาสตราจารย์ ดร.พสุ  เดชะรินทร์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ เปิดเผยว่า   ”ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของการบริหารคณะฯ ให้สำเร็จเป็นสถาบันอันดับหนึ่งของไทยได้นั้น เกิดจากพันธกิจของคณะที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การผลิตบัณฑิตเพื่อออกไปเป็นผู้นำทางธุรกิจในสังคม หรือ การผลิตผลงานทางวิชาการที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ แต่ยังเป็นการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่สังคมไทยที่มีความยั่งยืน หรือ Sustainable Thai Society ดังนั้นที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จึงได้นำเป้าหมายหลายข้อของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดไว้มาเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการดำเนินงาน

Advertisement

คณะฯ ได้ใช้ SDGs สี่ข้อคือ No Poverty, Quality Education, Decent Work and Economic Growth , Industry, Innovation, and Infrastructure เป็นแนวทางในการกำหนดกิจกรรมในด้านต่างๆ ของคณะ โดยในปีที่ผ่านมากิจกรรมต่างๆ ของคณะ ได้มีการดำเนินงานที่เป็นไปตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสี่ประการอยู่แล้ว การกำหนดเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น ทำให้คณะฯ มีเป้าหมายและกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น ที่ไม่ใช่เรื่องของการผลิตผลงานวิชาการ หรือ การผลิตบัณฑิต แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งผลทำให้สังคมไทยมีความยั่งยืนและน่าอยู่ขึ้นด้วย

ทั้งนี้คณะเป็นตัวแบบขององค์กรไทยในการนำ UN SDGs มาเป็นเป้าหมายในการดำเนินงานเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน   องค์กรธุรกิจทั่วไปนั้นใช่ว่าจะทำให้ธุรกิจละเลยโอกาสในการแสวงหากำไรแบบเดิมๆ ไป แต่องค์กรที่คิดเร็วและคิดทัน กลับนำ SDGs นั้นเข้ามาผสมผสานกับ Business model และกลยุทธ์ขององค์กร ทำให้สุดท้ายแล้วเป็นการสร้างสรรค์โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นตามเป้า SDGs อีกด้วย   ในปัจจุบันองค์กรชั้นนำของโลกหลายแห่งอาทิเช่น IBM, UPS, GSK, Google, Chevron, SAP, PwC, Pfizer ก็ได้นำ SDGs มาใช้ในการตั้งเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”