สนพ.เผยพีคไฟฟ้าปี’60 ต่ำกว่าปีที่แล้ว

2.06.17 | 08:30 น.

สนพ.เผยพีคไฟฟ้าปี’60 ต่ำกว่าปีที่แล้ว


 

จากการคาดการณ์ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อน (เมษายน-พฤษภาคม) ซึ่งทุกๆ ปีจะมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเพิ่มขึ้น โดยในปี 2560 ประมาณการว่าค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบไฟฟ้า (System Peak) จะอยู่ที่ 32,059 เมกะวัตต์ แต่จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าพบว่า เมื่อสิ้นสุดหน้าร้อนพีคไฟฟ้าของประเทศไทยอยู่ที่ 30,303.4 เมกะวัตต์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.20 น. ที่อุณหภูมิเฉลี่ย 35.2 องศาเซลเซียส มีปริมาณต่ำกว่าปี 2559 ที่พีคสูงสุดที่ 30,972.7 เมกะวัตต์ หรือต่ำกว่าประมาณ 669 เมกะวัตต์

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พีคไฟฟ้าของปี 2560 ต่ำกว่าปีที่แล้ว ได้แก่

Advertisement
  1. อุณหภูมิเฉลี่ยไม่สูงตามที่คาดการณ์ ไว้ว่าจะอยู่ที่ 37.6-40 องศาเซลเซียส เพราะสภาพอากาศที่มีลมมรสุมพัดผ่าน ทำให้มีฝนตกเร็วกว่าฤดูกาลปกติ
  2. ความร่วมมือจากภาคเอกชนในโครงการ Demand Response : DR ตามมาตรการของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในโครงการร่วมลดใช้พลังงานของกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนเมษายนที่มีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งยาดานาของเมียนมา คิดเป็นปริมาณการลดใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 150 เมกะวัตต์
  3. ความร่วมมือจากภาคประชาชน โดย สนพ.รณรงค์ผ่านมาตรการ 4 ป. ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน มีส่วนช่วยให้พฤติกรรมของประชาชนปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ปรับแอร์เพิ่ม 1 องศา ประหยัดไฟ 10% ปลดปลั๊กเมื่อเลิกใช้ และเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นเบอร์ 5 รวมถึงเปลี่ยนช่วงเวลาการใช้ไฟฟ้า หลีกเลี่ยง 2 ช่วงเวลาที่มักเกิดพีค คือ 13.00-15.00 น. และ 19.00-21.00 น.

 

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน โดย สนพ.ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการลดใช้พลังงาน จนสถานการณ์พีคไฟฟ้าของประเทศในปี 2560 ผ่านไปด้วยดี อย่างไรก็ดี ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังคงอยู่ในทิศทางที่เติบโตขึ้นในทุกๆ ภาคส่วน ดังนั้นกระทรวงพลังงาน โดย สนพ.ซึ่งมีบทบาทหลักในการวางแผนและบริหารจัดการให้ประเทศมีไฟฟ้าใช้อย่างพอเพียงและยั่งยืน จึงขอเชิญชวนประชาชนได้ร่วมมือร่วมใจในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเทศชาติได้มีพลังงานใช้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน