“รศ.ดร.พรรณี” นำทัพนักวิจัย ม.สวนดุสิต ผนึกกำลัง กระทรวงเกษตรฯ ยกระดับผ้าไหมศิลปาชีพ เทิดพระเกียรติ “สมเด็จฯ พระพันปีหลวง” ด้วย

27.05.26 | 15:50 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคเกษตร (ศพส.) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อยอดงานวิจัยทุน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สร้างระบบนิเวศธุรกิจสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล ยกระดับผ้าไหมศิลปาชีพ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล


 

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา — มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ผนึกกำลังร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขับเคลื่อนโครงการวิจัยแห่งชาติ ด้วยการ “สืบสาน รักษา พัฒนาต่อยอด” ผ้าไหมศิลปาชีพตามพระราชปณิธาน เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและระบบนิเวศธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าและตลาดต่างประเทศของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่ความยั่งยืน”

Advertisement

โครงการดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติในการอนุรักษ์และพัฒนามรดกภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ทีมผู้นำลงพื้นที่ร่วมพัฒนาโจทย์วิจัย การลงพื้นที่ครั้งสำคัญนี้ นำทีมโดย รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง หัวหน้าโครงการวิจัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเกียรติ แก้วเพชร และ ดร.นวนันท์ ศรีสุกใส และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ ได้รับเกียรติจาก นางสาวสิริมา แจ้งกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ในฐานะผู้แทนหลักของ สปก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมด้วย นายสุพัฒ มูลพฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะเจ้าภาพพื้นที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนาโจทย์วิจัยอย่างเป็นรูปธรรม สำรวจสภาพพื้นที่จริง รับฟังปัญหาและความต้องการของชุมชนช่างทอผ้าไหม ตลอดจนวางแนวทางการพัฒนาต่อยอดให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และตลาดยุคใหม่ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างอาชีพนอกภาคเกษตรและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน

 

เป้าหมายหลัก: สืบสานพระราชปณิธาน สู่นวัตกรรมระดับชาติ
โครงการวิจัยนี้ตั้งอยู่บนรากฐานอันศักดิ์สิทธิ์ของการ สืบสาน รักษา และพัฒนาต่อยอดพระราชปณิธาน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไหมศิลปาชีพ โดยบูรณาการนวัตกรรมดิจิทัลชั้นสูงและการสร้างระบบนิเวศธุรกิจสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนของประเทศ

การดำเนินงานเริ่มต้นจากการสังเคราะห์และถอดรหัสองค์ความรู้จากพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับผ้าไหมศิลปาชีพ ให้กลายเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลที่เป็นระบบ เพื่อใช้เป็นรากฐานในการเทิดพระเกียรติและขยายผลเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ

นวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูง: AI, VR/AR และแพลตฟอร์มอัจฉริยะ
หัวใจสำคัญของโครงการคือการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูง ที่ครอบคลุมเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่
• 🤖 AI-driven Platform — แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์
• 🎮 VR/AR และ Immersive Exhibition — เทคโนโลยีเชิงประสบการณ์เสมือนจริง
• 📱 Multimodal Interactive Knowledge System — ระบบความรู้แบบโต้ตอบหลายรูปแบบ
• 🗺️ Geo-Information System — ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
• 📚 Inclusive Audio-Visual E-Book — หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับทุกกลุ่ม รวมถึงผู้พิการ
• 🚌 Mobile Exhibition — นิทรรศการเคลื่อนที่สู่ชุมชน
เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสืบสานและเทิดพระเกียรติผ่านการสร้างการรับรู้เชิงลึกและการมีส่วนร่วมของสังคมในทุกระดับ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและกลุ่มผู้พิการ

โมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์: เชื่อมอยุธยาสู่อีสาน
โครงการยังมุ่งพัฒนาโมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism Model) ที่มีผ้าไหมศิลปาชีพเป็นแกนหลัก ด้วยกระบวนการออกแบบร่วม (Co-Design) กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเชื่อมโยงเส้นทางประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมจากอยุธยาสู่ศูนย์ศิลปาชีพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Experience) ที่สามารถยกระดับเป็นสินค้าท่องเที่ยวพรีเมียมในตลาดสากล

นอกจากนี้ ยังวางกลยุทธ์การขยายตลาดแพคเกจท่องเที่ยวสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงนานาชาติ ผ่านกิจกรรม Road Show และการนำเสนอในงาน Trade Show ชั้นนำระดับโลก เพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสร้างการรับรู้แบรนด์ผ้าไหมศิลปาชีพไทยในระดับนานาชาติ

วัตถุประสงค์ 6 ประการ: กรอบยุทธศาสตร์ระดับชาติ
โครงการวิจัยนี้ดำเนินงานภายใต้วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 6 ประการ ได้แก่
1. สืบสานและสังเคราะห์องค์ความรู้ จากพระราชกรณียกิจสู่ฐานข้อมูลดิจิทัลที่เข้าถึงได้อย่างเป็นระบบ
2. พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลขั้นสูง (AI, VR/AR, Mobile Exhibition) เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของสังคม
3. พัฒนาโมเดลการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เชื่อมเส้นทางอยุธยา-ภาคอีสาน สู่ตลาดพรีเมียมสากล
4. ขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ผ่าน Road Show และ Trade Show ระดับโลก
5. เสริมสร้างระบบนิเวศธุรกิจสร้างสรรค์ ผ่านโมเดล Advanced Creative Social Enterprise
6. สร้างผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อความยั่งยืน

ก้าวต่อไป: ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยั่งยืน
เป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศธุรกิจสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนารูปแบบธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อสังคมขั้นสูง (Advanced Creative Social Enterprise Model) ร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการ และการทดสอบตลาดจริง เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและวัดผลได้
ในท้ายที่สุด โครงการจะสร้างผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ผ่านการถ่ายทอดนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจไปยังชุมชนศิลปาชีพและพื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ พร้อมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อให้มั่นใจว่าการสืบสานพระราชปณิธานนี้จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่มีความหมายอย่างยิ่ง เราไม่ได้มาเพียงเพื่อทำวิจัย แต่มาเพื่อสืบสานสิ่งที่พระองค์ท่านทรงวางรากฐานไว้ให้ชาวไทย และนำภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่” นางสาวสิริมา แจ้งกระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร กล่าวว่า “ศูนย์ฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในการขับเคลื่อนโครงการอันทรงคุณค่านี้ การนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาบูรณาการกับภูมิปัญญาผ้าไหมศิลปาชีพจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้เกษตรกรและชุมชนมีอาชีพเสริมที่มั่นคง สร้างรายได้ที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง”

นายสุพัฒ มูลพฤกษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรพร้อมเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนโครงการนี้ เพราะที่นี่คือหัวใจของการสืบสานพระราชปณิธาน และเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิตจะนำพาชุมชนช่างทอผ้าไหมสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน”

รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งเกียรติ แก้วเพชร นักวิจัยร่วมโครงการ กล่าวถึงทิศทางการบูรณาการเชิงสถาบันว่า “โครงการวิจัยนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ผลงานวิชาการ แต่เราจะนำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้จากการศึกษาผ้าไหมศิลปาชีพมาบูรณาการเข้ากับกลไกของ สำนักนวัตกรรมท้องถิ่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อย่างเป็นระบบ เพื่อให้งานวิจัยถูกแปลงเป็นนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงในระดับชุมชน สำนักนวัตกรรมท้องถิ่นจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยกับความต้องการของพื้นที่ ทำให้ชุมชนช่างทอผ้าไหมและเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน”

ดร.นวนันท์ ศรีสุกใส นักวิจัยร่วมโครงการ กล่าวเสริมว่า “เราต้องการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและสามารถขยายผลไปยังศูนย์ศิลปาชีพอื่นๆ ได้ทั่วประเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอน เพื่อให้ชุมชนเป็นเจ้าของกระบวนการและได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม”

โครงการวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (บพข.) ดำเนินการโดย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ศูนย์ปฏิรูปที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา*

📍สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ปรจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เลขที่ 295 ถนนราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม. 10300 เลขานุการโครงการ ดร.นวนันทน์ ศรีสุขใส โทร 080-228-2290 / 02-244-5972