เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 60 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดเสวนาเรื่อง “ทิศทางหลังประเทศไทย 4.0 ภายใต้การสื่อสารยุคสื่อดิจิทัลใหม่” โดยมี ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกว. และ รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ร่วมเสวนา ซึ่งดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

เริ่มจาก ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช ที่เปิดวงเสวนาด้วยการกล่าวถึงความสำคัญของด้านต่างๆ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่ประเทศ 4.0 โดยกล่าวว่า “ประเทศเราจะเป็นประเทศไทย 4.0 ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ 3 มิติที่สำคัญ คือ การศึกษา การวิจัยพัฒนา และบทบาทของสื่อมวลชน”
ด้าน ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวถึงมิติแรก คือ ด้านการศึกษาในประเทศไทย “ท่านคิดว่าเราใส่เทคโนโลยีเข้าไปในการเรียนรู้ของงานเอ็ด-เทค (Ed Tech) ไฮเทคมาก ทำนั่นทำนู่นทำนี่ แล้วเด็กไทยจะสอบ PISA Score ได้สูง นี่คือมายด์เซต (Mindset) ของคนไทย แต่คนไทยไม่เคยคิดระหว่างกลางว่าเป็นอย่างไรเลย คิดจาก A ต้องไปได้ B ระหว่างทางคนไทยไม่คิด” ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทสื่อใหม่ต่อวงการศึกษาว่า เราสามารถพัฒนาสื่อใหม่ ให้เอื้อประโยชน์แก่การศึกษา ซึ่งจะเป็นความรู้ระหว่างกลางที่จะส่งต่อสาธารณชนที่มีการเปิดรับข่าวสารจำนวนมากในแต่ละวัน
หลังจากนั้น ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ได้กล่าวถึงมิติที่ 2 คือ ด้านวิจัย โดยกล่าวถึงภารกิจ สกว.ว่า มีหน้าที่สนับสนุนการวิจัยในทุกระดับ และหลากหลายมิติ เพราะองค์ความรู้จากงานวิจัยจะนำไปสู่การพัฒนา โดยประเทศไทยต้องเริ่มต้นคิดก่อนว่า ต้องการเอางานวิจัยไปใช้ประโยชน์อะไร “การวิจัยยุคใหม่จะต้องมองปลายทาง คือ เริ่มต้นคิดที่ปลายทาง ‘Begin at the end in mind’ สำคัญมากที่ว่าเราจะไปถึงไหน” ผู้อำนวยการ สกว.กล่าวถึงบทบาทของการวิจัย 4.0 รวมถึงได้ให้กำลังใจนักวิจัยในประเทศไทย “เชื่อมั่นในความเป็นตัวของตัวเราเอง สร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆ ให้กับประเทศ จากพลังในใจของเรา และเชื่อมั่นว่าเราจะทำสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้ดีกว่าประเทศอื่นได้”

ขณะที่ รศ.จุมพล รอดคำดี กล่าวยืนยันถึงมิติที่ 3 คือ บทบาทของสื่อมวลชน “สื่อทุกวันนี้จะมีความน่าเชื่อถือ ข่าวสารต่างๆ จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน จะแข่งขันกันตรงที่ว่า ข่าวสารนั้นอ้างอิงได้ไหม สามารถบอกได้ไหมว่ามันเป็นการนำเสนออย่างมีข้อมูลแบ๊กอัพ (Back up) มีสิ่งที่เรียกว่าข้อเท็จจริง ข้อค้นคว้าอะไรต่างๆ มาสนับสนุน บอกที่ไปที่มา บอกว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไร” รวมทั้งได้กล่าวถึงบทบาทของสื่อกระแสหลักในปัจจุบันและอนาคตว่า “เรามักจะใช้คำว่า สื่อกระแสหลักกับสื่อไม่อยู่ในกระแส หรือกระแสรอง แต่ต่อไปมันจะไม่มี มันเปลี่ยนไปแล้ว มันต้องปรับตัว ปรับตัวมามองในเชิงของมัลติแพลตฟอร์ม (Multiplatform) มากกว่า” ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท.กล่าว

