นายวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการกลุ่มงานข้อมูลและสถานการณ์ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้มีศักยภาพการแข่งขันเทียบเท่าระดับสากล เล็งเห็นถึงความสำคัญและศักยภาพที่ไม่อาจมองข้ามของผู้ประกอบการ SME ในพื้นที่ภาคใต้ จึงร่วมกับ สถาบันอาหาร องค์กรหลักที่เป็นแกนนำในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร และสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจประเภทอาหารอย่างครบวงจร จัดโครงการ “SME Provincial Champion” โดยมีจุดมุ่งหมายในการปั้น SME รายใหม่ให้กลายเป็น “ผู้ประกอบการต้นแบบ” เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นรายอื่นๆ

โดย สสว.ดำเนินโครงการ SME Provincial Champion อย่างต่อเนื่องมาเป็นที่ 2 ตามนโยบายเร่งด่วนจากรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อผู้ประกอบการท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค โดยเล็งเห็นว่า การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศจะเป็นการผลักดันและขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการและเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โครงการนี้เริ่มต้นจากแนวคิดในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ยกระดับธุรกิจของตนให้ประสบความสำเร็จ โดย สสว. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำหน้าที่เฟ้นหาผู้ประกอบการทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกธุรกิจที่มีศักยภาพจังหวัดละ 6 ราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาจุดแข็งและปรับปรุงจุดอ่อนเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่ตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่งจะช่วยส่งเสริม SME ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นางสาวอรวรรณ แก้วประกายแสงกูล รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังเป็นอันดับแรกจากสินค้าอาหารของผู้ประกอบการ SME คือ รสชาติต้องอร่อย รองลงมาคือ ความสะอาด ปลอดภัย ได้คุณภาพ เช่น ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต ไม่ว่าจะเป็น Halal HACCP รวมไปถึง GMP นอกจากนี้ สินค้าต้องหาซื้อได้ง่ายและมีความหลากหลายตามความต้องการของท้องตลาดด้วย แต่ปัจจุบันจุดด้อยของผู้ประกอบการ SME ท้องถิ่นของไทย คือ ไม่สามารถแนะนำแบรนด์สินค้าของตนให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภค ขาดการส่งเสริมการขายที่ดึงดูดใจ และที่สำคัญคือ ยังขาดมาตรฐานที่จะทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจ ในส่วนนี้เอง สถาบันอาหาร จึงเข้าไปให้การช่วยเหลือ โดยให้คำแนะนำกรรมวธีและขั้นตอนต่างๆ ตลอดกระบวนการผลิต และเมื่อผนวกสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเข้ากับความรู้ด้านการตลาดจาก สสว. จะเป็นการยกระดับธุรกิจท้องถิ่นให้มีศักยภาพเป็น SME ต้นแบบ นำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัดและระดับประเทศต่อไป

โครงการในปีนี้มีผู้ประกอบการที่น่าจับตามองมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น สาวิตรี และ ธวัชชัย ซิ้มสมบูรณ์ เจ้าของธุรกิจกาแฟเพื่อสุขภาพ และกาแฟทุเรียน ทูอินวัน และทรีอินวัน แบรนด์ DERis Coffee นำวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ไม่ยากในพื้นที่ภาคใต้มาผสมผสานเข้ากับเมล็ดกาแฟโรบัสต้า 100% กลายเป็น 2 ผลิตภัณฑ์กาแฟสดคุณภาพที่มีรสชาติอันโดดเด่นที่เกิดจากกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ โดยปราศจากการแต่งรสแต่งกลิ่น ทำให้ DERis Coffee เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ถูกปากคอกาแฟและถูกใจคนรักสุขภาพ

อีกหนึ่งธุรกิจดาวรุ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ธุรกิจอาหารบรรจุกระป๋องของ โอฬาร อุยะกุล เจ้าของธุรกิจผลิตสินค้าประมงเกรดพรีเมียมส่งออกสู่ตลาดในระดับสูง อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น รวมทั้งหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน และธุรกิจดังกล่าวได้มีการต่อยอดสู่แบรนด์ AJiko อาหารทะเลบรรจุกระป๋องที่ผลิตภายใต้กรรมวิธีและกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ยิ่งกว่านั้นรสชาติที่ได้มีความอร่อยและแปลกใหม่ไม่แพ้แบรนด์ต่างประเทศ
“ภารกิจที่ สสว. ต้องลงมือให้สำเร็จลุล่วงไม่เพียงการยกระดับและพัฒนาผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังครอบคุลมถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านการตลาด แหล่งเงินทุน การออกแบบแพ็คแกจสินค้า และช่องทางการจัดจำหน่าย รวมไปถึงการเข้าไปช่วยพัฒนาแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในตลาดผู้บริโภคด้วย ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือ ภารกิจของ สสว. ในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการดำเนินการให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมและครบวงจร” นายวชิระ กล่าว

