บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC ชี้แจงกรณีมีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ ระบุถึงกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย IFEC ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ อ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากหุ้นติดเครื่องหมาย SP และผู้บริหาร IFEC กระทำผิดกฎหมายและข้อบังคับบริษัท ซึ่งบริษัทขอชี้แจงดังนี้
- ต้นเหตุของปัญหาเกิดจากกระบวนการฉ้อฉล ของอดีตกรรมการบางคนที่ออกจากบริษัทไปแล้ว ร่วมมือกระทำการโกงบริษัทกับบุคคลบางกลุ่ม ด้วยกระบวนการที่แยบยล เริ่มตั้งแต่พยายามทำให้บริษัทไม่สามารถบริหาร หรือดำเนินธุรกรรมได้ เช่น ลาออกจากกรรมการ และให้ข่าวโจมตีบริษัทอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้วหลายกรณี
- กรณีบริษัทผิดนัดชำระหนี้ ความจริง ก่อนที่บริษัทจะมีกรรมการครบ 9 คน จากการประชุมวิสามัญเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2560 บริษัทได้พยายามแก้ไขปัญหาหนี้สินมาโดยตลอด แม้จะมีกระบวนการโจมตีให้ร้าย จนกระทบกับแผนงานที่วางไว้ กระทั้งเมื่อมีกรรมการครบ กลับยังไม่สามารถดำเนินแผนบริหารจัดการหนี้ได้เต็มที่ เพราะกรรมการที่เข้ามาใหม่ ไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งสิ่งที่ถูกต้องคือจะต้องมีแผนจัดการหนี้ที่ชัดเจน มีที่ปรึกษาการเงินที่ได้รับการยอมรับ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหนี้ทุกราย รวมถึงความโปร่งใสของบริษัท
- กรณีที่อ้างว่า บริษัทนำหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ แคป แมนเนจเม้นท์ จำกัด (ICAP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ IFEC ที่ถือหุ้นในโรงแรมดาราเทวี คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ไปจำนำค้ำประกันชำระตั๋วแลกเงินที่มีมูลค่าเพียง 100 ล้านบาท และผิดนัดชำระนั้น ความจริงคือ การค้ำประกันดังกล่าวไม่ถูกต้องตามธุรกรรมปกติ ซึ่งบริษัทได้ฟ้องร้องต่อศาลกับผู้รับจำนำแล้ว และกรณีนี้ไม่มีผลทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย
- บริษัทได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสาเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากมีกรรมการบางคน แสดงความจำนงจะเป็นประธานกรรมการตรวจสอบ แต่ไม่ยอมเข้าร่วมประชุม และกระทั้งล่าสุดกลับประกาศลาออก ไปเมื่อเร็วๆนี้
- กรณีบริษัททำสัญญาขายโรงไฟฟ้าชีวมวล เมื่อเดือน ธ.ค. 2559 โดย IFEC ทำสัญญากู้เงินระยะสั้นจากผู้ซื้อ 50 ล้านบาท นั้น ความจริงเป็นการดำเนินการในขั้น MOU และเป็นเรื่องที่อดีต CEO ไปทำสัญญาไว้ และมีการนำเสนอบอร์ดชุดเก่าไปแล้ว
- บริษัทมิได้ปิดบังข้อมูลต่อกรรมการ โดยข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อการบริหาร จะเปิดเผยเฉพาะในที่ประชุมกรรมการเท่านั้น แต่ที่ผ่านมากรรมการบางคนไม่ยอมเข้าร่วมประชุม และยังนำข้อมูลภายในมาเปิดเผยภายนอก จนมีผลกระทบกับบริษัทหลายครั้ง
- การใช้วิธีออกเสียงคะแนนเลือกตั้งกรรมการแบบ Cumulative voting มิได้เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมายและระเบียบบริษัท และวิธีการดังกล่าวก็เป็นที่ยอมรับว่า เป็นการเลือกที่มีธรรมาภิบาล เนื่องจากเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ถือหุ้นมีความทัดเทียมกัน ซึ่งบริษัทก็เคยใช้วิธีนี้ในการเลือกกรรมการมาแล้วรวม 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ก็ไม่มีการคัดค้านแต่อย่างใด
- การส่งงบบัญชีต่อตลาดหลักทรัพย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ สาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากบริษัทย่อย 4 บริษัทในเครือโรงแรมดาราเทวี ไม่ส่งงบการเงิน โดยมีการขัดขวางจากอดีตกรรมการ IFEC ที่ลาออกไป แต่ยังนั่งเป็นกรรมการในดาราเทวี อย่างไรก็ตามขณะนี้ IFEC ได้ดำเนินการทางกฎหมายปลดกรรมการคนดังกล่าวออก และส่งกรรมการใหม่เข้าบริหารแล้วเมื่อปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ดังนั้นการปิดปัญชีจะเสร็จสิ้นในเร็วๆนี้
- การเข้าบริหารในโรงแรมดาราเทวี เป็นการดำเนินการภายใต้สิทธิเจ้าของและถูกกฎหมายของ IFEC และการส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยเข้าในโรงแรมเพิ่มจากเดิม เกิดจากตรวจสอบพบว่า รปภ. มีน้อยมาก และกระทำโดยปกติวิสัยไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของโรงแรมแต่อย่างใด
- บริษัทพยายามดำเนินการปลดเครื่องหมาย SP โดยไม่กระทบกับผู้ถือหุ้นรายย่อย กล่าวคือจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ไปในทิศทางที่ดีและมีโครงการสร้างรายได้ในอนาคตอย่างยั่งยืนเพื่อเมื่อปลด SP ราคาหุ้นจะไม่ตกลง และเพิ่มขึ้นในจุดที่เหมาะสม ในทิศทางกลับกันหากปลดเครื่องหมายโดยไม่มีความพร้อมราคาจะตกลงและเป็นโอกาสให้กลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์เข้ามาเอาเปรียบรายย่อย
ทั้งนี้บริษัทขอยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสำนักงานกลต.ตลอดจนหน่วยงานตรวจสอบทุกแห่งในการดำเนินกิจการให้โปร่งใสเพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายและตลาดเงินตลาดทุนไทย
ขณะเดียวกันก็จะดำรงไว้ซึ่งการขจัดการคดโกงเอารัดเอาเปรียบบริษัทที่กระทำการเป็นกระบวนการจากอดีตพนักงานอดีตผู้บริหารและคนบางกลุ่มเพื่อให้ตลาดทุนของไทยมีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ ต่อไป

