การเติบโตของ Agentic AI กำลังเปลี่ยนทั้งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ จากเดิมที่นักพัฒนาต้องเขียนโค้ดด้วยตัวเองเกือบทุกขั้นตอน วันนี้ AI สามารถช่วยสร้างโครงสร้างโปรแกรม อธิบายข้อผิดพลาด เขียนชุดทดสอบ และเสนอแนวทางแก้ปัญหาได้รวดเร็วขึ้น
DevNest School จึงเปิดหลักสูตร AI-Driven Fullstack Bootcamp แบบ Onsite ในกรุงเทพฯ ระยะเวลาประมาณ 4.5 เดือน สำหรับผู้เริ่มต้นสู่คนที่สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ได้จริง คนทำงานที่ต้องการย้ายสาย และผู้ที่ต้องการอัปสกิลเข้าสู่งานพัฒนาซอฟต์แวร์
หลักสูตรวางแนวทางการเรียนภายใต้แนวคิด Foundation First โดยให้ผู้เรียนสร้างพื้นฐาน Coding และ พื้นฐาน Software Developer ก่อนนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
จากผู้ใช้ AI สู่ผู้ตรวจสอบและรับผิดชอบระบบ
หนึ่งในโจทย์ของการเรียนเขียนโปรแกรมในยุค AI คือ ผู้เรียนอาจสามารถสร้างโค้ดได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าโค้ดทำงานอย่างไร หรือควรตรวจสอบผลลัพธ์ของ AI ด้วยวิธีใด
ช่วงแรกจะเน้นการฝึก Syntax การคิดเชิงตรรกะ การอ่าน Error และการ Debug เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง เมื่อมีพื้นฐานเพียงพอ AI จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น Tutor ช่วยอธิบายแนวคิดและเปรียบเทียบแนวทางแก้ปัญหา ก่อนจะขยับสู่บทบาท Pair Programmer ที่ช่วยสร้าง Boilerplate, Refactor และเขียน Test
ช่วงท้าย ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การพัฒนา AI Feature เช่น RAG, Function Calling, Tool Use, AI Agent, Guardrails และการประเมินคุณภาพ Output ของ AI
ครอบคลุมตั้งแต่ Web Development Foundation ถึง พื้นฐาน AI Engineering
เนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุมการพัฒนา Modern Web Application ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการนำระบบขึ้นใช้งาน ได้แก่ Web Foundation, HTML, CSS, JavaScript, TypeScript และ Git
ด้าน Frontend ใช้ React และ Next.js ขณะที่ Backend ครอบคลุม Node.js, Express.js และ NestJS ส่วนฐานข้อมูลเรียนรู้ผ่าน PostgreSQL และ Prisma ORM ผู้เรียนยังได้เรียนเรื่อง REST API, Authentication, Authorization, API Security, Unit Test, Integration Test, End-to-End Test, Docker, CI/CD, Logging, Monitoring และ System Design
การจัดหลักสูตรในลักษณะนี้มีเป้าหมายให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์ของระบบทั้งหมด ไม่ได้แยกการเรียน Frontend, Backend และ Database ออกจากกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งสามารถต่อยอดสู่สาย Programming สายอื่นๆได้อีกมาก
รองรับผู้เริ่มต้นและคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ
กลุ่มเป้าหมายของหลักสูตรครอบคลุมทั้งผู้ไม่มีพื้นฐาน คนทำงานที่ต้องการย้ายสายเข้าสู่อาชีพ Developer รวมถึงผู้ที่ทำงานเป็น IT Support, QA, Tester, System Administrator หรือวิศวกรในสาขาอื่น
นอกจากนี้ยังรองรับคนทำงานสายธุรกิจ ตลอดจน BA, PM และ PO ที่ต้องการเข้าใจการพัฒนาระบบเพื่อสื่อสารกับทีมเทคนิคได้ดีขึ้น สำหรับ Junior Developer หลักสูตรมุ่งช่วยเสริมความรู้ด้าน Modern Technology Stack, System Design และ AI Engineering แม้จะเปิดรับผู้ไม่มีพื้นฐาน แต่ DevNest ระบุว่าผู้เรียนควรมีเวลาเข้าเรียน ฝึกทำแบบฝึกหัด และพัฒนา Project อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นหลักสูตรแบบเข้มข้น
ใช้ Project เชื่อมความรู้กับการทำงานจริง
ผู้เรียนจะได้ทำ Workshop, Mini Project, Personal Project และ Group Project เพื่อฝึกนำเนื้อหาจากแต่ละ Module มาประกอบเป็นระบบเดียวกัน
Personal Project ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนด Scope เขียน Requirement ออกแบบฐานข้อมูล พัฒนา Frontend และ Backend ไปจนถึง Testing, Deploy และการนำเสนอแนวคิดทางเทคนิค ขณะที่ Group Project จะจำลองรูปแบบการทำงานเป็นทีม เช่น การวาง Sprint แบ่งงาน ใช้ Git Workflow ติดตาม Issue Review Code และทดสอบระบบร่วมกัน
เป้าหมายของ Project จึงไม่ใช่เพียงการมีผลงานสำหรับแสดงใน Portfolio แต่รวมถึงการฝึกอธิบายกระบวนการคิด ปัญหาที่พบ และเหตุผลในการเลือกแนวทางทางเทคนิค
ผู้ก่อตั้ง DevNest School
DevNest School ก่อตั้งโดย พัชรพล เตชไกรชนะ และ พิศุทธิ์ ธีระพันธุ์พิเชฎฐ์ ซึ่งมีประสบการณ์เป็นผู้สอน Fullstack Bootcamp มาตั้งแต่ช่วงบุกเบิกของตลาด Bootcamp ในประเทศไทย ทั้งสองนำประสบการณ์ด้านการสอน การออกแบบหลักสูตร และอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ มาพัฒนาแนวทางการศึกษาที่เชื่อมพื้นฐาน Engineering การลงมือทำ Project และการใช้ AI เข้าด้วยกัน
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ devnestschool.com และ Facebook: devnestschool และติดต่อเราได้ที่ https://devnestschool.com/contact

