กทปส. สนับสนุน AIT พัฒนาระบบดูแลสุขภาพทางไกลแบบบูรณาการ เพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการไทย

25.06.26 | 09:00 น.

กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ให้การสนับสนุนสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนา “ระบบการตรวจสอบสุขภาพและอำนวยความสะดวกทางไกลสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ” (TeleHealth Monitoring and Assistive Systems) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบที่ช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถดูแลสุขภาพและดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีโทรคมนาคมเป็นกลไกเชื่อมโยง ครอบคลุมการติดตามสุขภาพระยะไกล การแจ้งเหตุฉุกเฉินการเฝ้าระวังการพลัดตกหกล้ม และการให้บริการทางการแพทย์ แทนการเดินทางไปโรงพยาบาล ทั้งนี้ โครงการมิได้มุ่งเน้นเพียงด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับกลุ่มเปราะบาง

ความสำคัญของโครงการสะท้อนผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุและผู้พิการในมิติหลัก ๆ ได้แก่ การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่เจ็บปวดและไม่รุกล้ำร่างกายสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยลำพัง การเฝ้าระวังความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงจากการหกล้มและช่วยเหลือได้ทันท่วงที รวมถึงการวิจัยเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์แขนกลด้วยเทคโนโลยี Haptic เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพและกายภาพบำบัดได้อย่างต่อเนื่อง

โครงการนี้จึงเป็นการบูรณาการนวัตกรรมหลายสาขาเพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างรอบด้าน พร้อมเตรียมประเทศไทยให้รับมือกับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

โดยโครงการได้วิจัยและพัฒนาพร้อมกัน 4 แผนงาน ดังต่อไปนี้

Advertisement

แผนงานที่ 1: การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยไม่ต้องเจาะเลือด

องค์ประกอบแรกของโครงการ คือ การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยี Raman Spectroscopy ในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดผ่านผิวหนัง โดยไม่ต้องเจาะนิ้วหรือล่วงล้ำต่อร่างกาย อุปกรณ์ดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อเป็นต้นแบบแนวคิดให้ผู้สูงอายุสามารถตรวจสอบสุขภาพของตนเองได้ในชีวิตประจำวัน

แผนงานที่ 2: การประยุกต์ใช้ AI เพื่อตรวจจับความเสี่ยงการหกล้ม

องค์ประกอบที่สอง คือ ระบบเฝ้าระวังและตรวจจับการหกล้ม ซึ่ง AIT พัฒนาขึ้นด้วยสองแนวทางควบคู่กัน ได้แก่ การวิเคราะห์ภาพจากกล้องด้วยเทคโนโลยี Computer Vision และ Deep Learning และการวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวผ่านสัญญาณ Wi-Fi ภายในบ้าน เพื่อให้สามารถตรวจจับการหกล้มได้ในระยะเริ่มต้น แม้ในมุมที่กล้องไม่สามารถมองเห็นได้ โดยทั้งสองระบบถูกออกแบบให้ทำงานเสริมกัน เพื่อให้ครอบคลุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แผนงานที่ 3: หุ่นยนต์ Haptic เพื่อการแพทย์ทางไกล

องค์ประกอบที่สาม คือ ระบบการฟื้นฟูสมรรถภาพแขนท่อนบนทางไกล สำหรับผู้ป่วยหลัง โรคหลอดเลือดในสมอง ผ่านการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์แขนกลที่ใช้เทคโนโลยี Haptic ซึ่งสามารถจำลองแรงสัมผัสและแรงบิดได้ โดยอาศัยชุดมอเตอร์ที่ประสานการทำงานของแขนข้างปกติ ในการช่วยพยุงเสริมแรงให้กับแขนที่ไม่สามารถขยับได้อย่างราบรื่น เพื่อการออกแบบโปรแกรมสำหรับฝึกการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างต่อเนื่อง โดยที่ตัวระบบคุณสามารถส่งข้อมูล ค่าตัวแปรต่าง ๆ ไปยังระบบ วิเคราะห์ประมวลผล และแสดงผล ความคืบหน้าของการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูได้

แผนงานที่ 4: แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมโยงข้อมูลทุกระบบเข้าด้วยกัน

ข้อมูลจากทั้งสามระบบดังกล่าวจะถูกรวบรวมไว้บนแพลตฟอร์ม Cloud และ Mobile Application ที่พัฒนาขึ้น เพื่อรองรับผู้ใช้งานสองกลุ่มหลัก ได้แก่ ครอบครัวและผู้ดูแล ซึ่งสามารถติดตามสุขภาพและรับการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินได้แบบเรียลไทม์ และบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูล รับรู้การเคลื่อนไหว ติดตามเฝ้าระวังเมื่อเกิดเหตุจำเป็น  ออกแบบปรับเปลี่ยนวิธีการดูแล และให้คำแนะนำได้จากระยะไกลได้

ทั้งนี้ ด้วยการสนับสนุนจาก กทปส. โครงการดังกล่าวมิได้มุ่งหวังเพียงผลสำเร็จในเชิงวิชาการเท่านั้น แต่มีเป้าหมายพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับครัวเรือน เพื่อให้เทคโนโลยีดังกล่าวขยายผลให้สามารถเข้าถึงผู้สูงอายุและผู้พิการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศซึ่งคำนึงถึงอรรถประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต