หูเป่ย ปลุกตำนานสามก๊ก ชู ‘ม้าศึก’ เป็นจุดขายดึงนักท่องเที่ยว

29.06.26 | 09:25 น.

พิธีเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยว (ภาพ: People’s Daily)

เวลา 09.30 น. ประตูเมืองของอุทยานท่องเที่ยวยุทธการผาแดงยุคสามก๊กเปิดออกอย่างยิ่งใหญ่ เสียงกลองศึกดังกระหึ่ม ม้าศึกหลายตัวควบทะยานออกมาพร้อมเสียงกู่ร้อง ฝุ่นคละคลุ้งกลางอากาศ นักท่องเที่ยวที่ยังไม่ทันเข้าพื้นที่ก็ถูกดึงเข้าสู่บรรยากาศสงครามสามก๊กทันที

ฉากเปิดอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีต้อนรับธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามรูปแบบ “ท่องเที่ยวแบบมีรั้วกั้น” สู่ประสบการณ์ “ท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม” โดยมี “ม้าศึก” เป็นตัวเอกสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ที่ผ่านมา แหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงยึดติดอยู่กับรูปแบบ “รอให้นักท่องเที่ยวเข้ามา” แต่ที่นี่เลือกเปลี่ยนเกม โดยนำการแสดงม้าศึกที่เคยจำกัดอยู่เพียงเวทีเล็ก ๆ ภายในอุทยาน ออกไปสู่พื้นที่สาธารณะและเวทีเมืองที่กว้างขึ้น

Advertisement

การแสดงขี่ม้า  (ภาพ: People’s Daily)

ไม่นานมานี้ ในการแข่งขันฟุตบอลมณฑลหูเป่ย การปรากฏตัวของ “ม้าศึก” ได้พลิกภาพจำของโชว์ช่วงพักครึ่งกีฬา “จะจำลองความยิ่งใหญ่สามก๊กในพื้นที่ปิดได้อย่างไร คำตอบคือ ‘คนกับม้ารวมเป็นหนึ่ง’” ซุน เจียหง หัวหน้าทีมขี่ม้าของอุทยานฯ เผย แนวคิดนี้ทำให้ภาพกองทัพม้านับพันกลับมามีชีวิตบนทุ่งหญ้าอีกครั้ง

ความสำเร็จไม่ได้เกิดเฉพาะในสนามแข่งขัน แต่ยังระเบิดเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ กลายเป็นคอนเทนต์ไวรัล และช่วยเปลี่ยน “กระแสชั่วคราว” ให้กลายเป็น “ความสนใจระยะยาว” ต่อเมืองและการท่องเที่ยว

เบื้องหลังความดังที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการสั่งสมมากว่า 15 ปี

ฮาน เสวี่ย ผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการของอุทยานฯ ระบุว่า ม้าศึกเหล่านี้ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นจนคุ้นชินกับฝูงชน เสียงดัง และสถานการณ์ไม่คาดคิด ทำให้ทุกการแสดงเป็นไปอย่างแม่นยำและเป็นระบบ ทีมขี่ม้าทำงานร่วมกับอุทยานมาตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2011 และเติบโตไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง

การฝึกซ้อมนับพันครั้งทำให้ทีมมีความพร้อมระดับสูง และทำให้ “ม้าศึก” มีศักยภาพพอที่จะก้าวออกจากพื้นที่แสดง สู่เวทีสาธารณะอย่างมั่นใจ

การแสดงภายในอุทยาน (ภาพ: People’s Daily)

ความนิยมของ IP “ม้าศึก” สะท้อนแนวโน้มใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

“ยิ่งเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนา ผู้คนยิ่งต้องการประสบการณ์จริงที่จับต้องได้” ฮาน เสวี่ย กล่าว แม้ AI และ VR จะจำลองภาพอดีตได้ แต่ไม่สามารถทดแทนความตื่นตาตื่นใจจากการแสดงจริงได้

ปัจจุบัน อุทยานพัฒนาเป็นระบบประสบการณ์แบบเต็มวัน มีการแสดงต่อเนื่องกว่า 14 รอบ เช่น “จ้าวจื่อหลงช่วยเจ้านาย” และ “เสี่ยวเฉียวเสิร์ฟชา” ส่วนช่วงกลางคืนมีโชว์ไฮไลต์ “ยุทธการผาแดง·ยืมลมตะวันออก” ผสานแสงสีเสียง และถนนวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโบราณ ทำให้นักท่องเที่ยวกลายเป็น “ผู้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์” ไม่ใช่เพียงผู้ชม

นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดวัตถุโบราณ เช่น หน้าไม้และเรือเหมิงชง สู่ของที่ระลึก โมเดล และสินค้าคาแรกเตอร์ของตัวละครสามก๊ก เช่น จิวยี่ ขงเบ้ง ทำให้ประวัติศาสตร์กลายเป็นสิ่งที่ “มองได้ เล่นได้ และสะสมได้”

สินค้าสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม  (ภาพ: People’s Daily)

ที่มา People’s Daily